JAN 29, 2026盘后交易 16:00 - 20:00
ET 18:07
IMP6.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

กำไรไตรมาส 2 ของ Axos Financial พุ่งขึ้น หนุนโดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่ง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 Axos Financial, Inc. (AX) รายงานกำไรไตรมาส 2 ที่สูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย กำไรสุทธิพุ่งแตะ 87.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.42 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลดแล้ว เทียบกับ 76.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.23 ดอลลาร์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 12% ปีต่อปี อยู่ที่ 298.5 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการขยายตัวของสินเชื่อและอัตรากำไรที่ทรงตัว
สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ สิ้นไตรมาส อยู่ที่ 28.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% ต่อปี ฝ่ายบริหารระบุว่าการใช้งานธนาคารดิจิทัลยังคงแข็งแกร่งและสินเชื่อธุรกิจยังเติบโตดี หลังประกาศผลประกอบการ หุ้นปรับขึ้น 3.2% ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 Axos Financial, Inc. (AX) รายงานกำไรไตรมาส 2 ที่สูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย กำไรสุทธิพุ่งแตะ 87.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.42 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลดแล้ว เทียบกับ 76.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.23 ดอลลาร์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโต 12% ปีต่อปี อยู่ที่ 298.5 ล้านดอลลาร์ สะท้อนการขยายตัวของสินเชื่อและอัตรากำไรที่ทรงตัว

สินทรัพย์รวมของบริษัท ณ สิ้นไตรมาส อยู่ที่ 28.7 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 8% ต่อปี ฝ่ายบริหารระบุว่าการใช้งานธนาคารดิจิทัลยังคงแข็งแกร่งและสินเชื่อธุรกิจยังเติบโตดี หลังประกาศผลประกอบการ หุ้นปรับขึ้น 3.2% ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด

ET 18:07
IMP6.0
SNT-0.8
CONF100%
Earnings

Cavco Industries กำไรไตรมาส 3 ร่วง หลังความต้องการที่อยู่อาศัยซบเซา

Cavco Industries (CVCO) รายงานกำไรไตรมาส 3 ลดลง เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยอ่อนแรงกดดันยอดขายและอัตรากำไร โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.10 ดอลลาร์ จากระดับ 3.45 ดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.45 ดอลลาร์ รายได้ลดลง 12% เมื่อเทียบปีก่อนหน้าเหลือ 387 ล้านดอลลาร์ จากปริมาณขายที่ลดลงในธุรกิจบ้านสำเร็จรูปและบริการทางการเงิน
ฝ่ายบริหารระบุว่า อัตราดอกเบี้ยสูงและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงเป็นแรงฉุดสำคัญ แม้ยังคงเป้าหมายทั้งปี แต่เตือนว่าแรงกดดันจะยังดำเนินต่อไปจนถึงต้นปี 2026 บริษัทมีเงินสด 189 ล้านดอลลาร์ ไม่มีหนี้ระยะยาว หุ้นร่วง 4.2% ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด

Cavco Industries (CVCO) รายงานกำไรไตรมาส 3 ลดลง เนื่องจากตลาดที่อยู่อาศัยอ่อนแรงกดดันยอดขายและอัตรากำไร โดยกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.10 ดอลลาร์ จากระดับ 3.45 ดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 2.45 ดอลลาร์ รายได้ลดลง 12% เมื่อเทียบปีก่อนหน้าเหลือ 387 ล้านดอลลาร์ จากปริมาณขายที่ลดลงในธุรกิจบ้านสำเร็จรูปและบริการทางการเงิน

ฝ่ายบริหารระบุว่า อัตราดอกเบี้ยสูงและกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงเป็นแรงฉุดสำคัญ แม้ยังคงเป้าหมายทั้งปี แต่เตือนว่าแรงกดดันจะยังดำเนินต่อไปจนถึงต้นปี 2026 บริษัทมีเงินสด 189 ล้านดอลลาร์ ไม่มีหนี้ระยะยาว หุ้นร่วง 4.2% ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด

ET 18:07
IMP6.0
SNT-0.8
CONF95%
Earnings

Beazer Homes รายงานยอดขายบ้านชะลอตัว ปิดการขายลดลงในไตรมาส 1/2026

บริษัท Beazer Homes USA (BZH) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 พบว่ายอดปิดการขายบ้านลดลง 9% เหลือ 945 ยูนิต และคำสั่งซื้อบ้านใหม่ลดลง 12% เหลือ 897 ยูนิต โดยอ้างสาเหตุจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่สูงและแรงกดดันด้านความสามารถในการซื้อ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 3% ไปอยู่ที่ 467,000 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่เพียงพอชดเชยการหดตัวของปริมาณขาย
บริษัทปรับลดเป้าหมายการปิดการขายทั้งปีเหลือ 3,8004,000 ยูนิต จากเดิม 4,1004,300 ยูนิต และคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.5%21.5% ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 22% หุ้นร่วง 4.2% ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 CEO Allan Merrill ระบุว่า 'จำนวนผู้เข้าชมและอัตราการปิดการขายลดลงชัดเจนในเดือนธันวาคม' จึงเร่งจัดการสต็อกอย่างระมัดระวัง

บริษัท Beazer Homes USA (BZH) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2026 พบว่ายอดปิดการขายบ้านลดลง 9% เหลือ 945 ยูนิต และคำสั่งซื้อบ้านใหม่ลดลง 12% เหลือ 897 ยูนิต โดยอ้างสาเหตุจากอัตราดอกเบี้ยจำนองที่สูงและแรงกดดันด้านความสามารถในการซื้อ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 3% ไปอยู่ที่ 467,000 ดอลลาร์ แต่ก็ไม่เพียงพอชดเชยการหดตัวของปริมาณขาย

บริษัทปรับลดเป้าหมายการปิดการขายทั้งปีเหลือ 3,8004,000 ยูนิต จากเดิม 4,1004,300 ยูนิต และคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.5%21.5% ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 22% หุ้นร่วง 4.2% ในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 CEO Allan Merrill ระบุว่า 'จำนวนผู้เข้าชมและอัตราการปิดการขายลดลงชัดเจนในเดือนธันวาคม' จึงเร่งจัดการสต็อกอย่างระมัดระวัง

ET 18:01
IMP8.0
SNT+0.7
CONF90%
Operational

เทสลาจะยุติการผลิต Model S/X ในปี 2026 เปลี่ยนโฟกัสไปที่หุ่นยนต์ Optimus AI (TSLA)

เทสลา (TSLA) จะยุติสายการผลิตรถหรู Model S และ Model X ภายในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยเปลี่ยนกำลังการผลิตจากโรงงานแคลิฟอร์เนียมาผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ Optimus แทน — เป็นการปรับกลยุทธ์ที่อีลอน มัสก์ เชื่อว่าจะขับเคลื่อนมูลค่าตลาดในอนาคต
ยอดขายรวมของ S/X ในปี 2025 อยู่ที่เพียง 18,955 คัน เทียบกับ Model Y กว่า 357,000 คัน นับตั้งแต่ปี 2020 ยอดขายสะสมของ S/X อยู่ที่ 239,452 คัน นักวิเคราะห์ประเมินว่า Optimus อาจสร้างรายได้ 25 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หากผลิตได้ 500,000 ตัวในราคาตัวละ 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งให้กำไรสูงกว่ารถยนต์รุ่นเก่ามาก เทสลาตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ 1 ล้านตัวต่อปีภายในปลายปี 2026 ที่ราคา 20,00030,000 ดอลลาร์ ต้นแบบสำหรับการผลิตจำนวนมากจะเปิดตัวภายในไม่กี่เดือน และเริ่มขายเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2027 กลยุทธ์ใหม่นี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ AI-centric ของเทสลา: รถรุ่นใหม่หลัง Roadster จะเป็นยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเท่านั้น นักลงทุนเริ่มคำนวณศักยภาพ AI/หุ่นยนต์แล้ว แต่ผู้สงสัยยังเตือนว่าความเสี่ยงในการดำเนินงานยังสูง เพราะ Optimus ขณะนี้ทำได้แค่งานพื้นฐานในโรงงานเท่านั้น

เทสลา (TSLA) จะยุติสายการผลิตรถหรู Model S และ Model X ภายในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยเปลี่ยนกำลังการผลิตจากโรงงานแคลิฟอร์เนียมาผลิตหุ่นยนต์มนุษย์ Optimus แทน — เป็นการปรับกลยุทธ์ที่อีลอน มัสก์ เชื่อว่าจะขับเคลื่อนมูลค่าตลาดในอนาคต

ยอดขายรวมของ S/X ในปี 2025 อยู่ที่เพียง 18,955 คัน เทียบกับ Model Y กว่า 357,000 คัน นับตั้งแต่ปี 2020 ยอดขายสะสมของ S/X อยู่ที่ 239,452 คัน นักวิเคราะห์ประเมินว่า Optimus อาจสร้างรายได้ 25 พันล้านดอลลาร์ต่อปี หากผลิตได้ 500,000 ตัวในราคาตัวละ 50,000 ดอลลาร์ ซึ่งให้กำไรสูงกว่ารถยนต์รุ่นเก่ามาก เทสลาตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ 1 ล้านตัวต่อปีภายในปลายปี 2026 ที่ราคา 20,00030,000 ดอลลาร์ ต้นแบบสำหรับการผลิตจำนวนมากจะเปิดตัวภายในไม่กี่เดือน และเริ่มขายเชิงพาณิชย์ภายในสิ้นปี 2027 กลยุทธ์ใหม่นี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ AI-centric ของเทสลา: รถรุ่นใหม่หลัง Roadster จะเป็นยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติเท่านั้น นักลงทุนเริ่มคำนวณศักยภาพ AI/หุ่นยนต์แล้ว แต่ผู้สงสัยยังเตือนว่าความเสี่ยงในการดำเนินงานยังสูง เพราะ Optimus ขณะนี้ทำได้แค่งานพื้นฐานในโรงงานเท่านั้น

ET 18:00
IMP8.0
SNT-1.0
CONF100%
Earnings

PennyMac รายได้ไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด ฉุดหุ้นร่วง 22.5%

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 หุ้น PennyMac Financial Services (NYSE: PFSI) ดิ่งลง 22.5% สู่ระดับ 116 ดอลลาร์ หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 538 ล้านดอลลาร์ — เท่ากับปีก่อนและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด — และกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 1.97 ดอลลาร์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 39.6%
นาย David Spector ซีอีโอ ระบุว่า ROE แบบ annualized อยู่ที่ 10% และการผลิตสินเชื่อยังแข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยการลดลงเร็วของสินทรัพย์ MSR จากการชำระหนี้ก่อนกำหนด แม้อัตราการเติบโตรายได้เฉลี่ยสองปีอยู่ที่ 19.4% ดีกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีย้อนหลังที่ลดลง 10.3% แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีส่วนช่วยเพียง -1.7% ในช่วงห้าปี สะท้อนโครงสร้างรายได้หลากหลายแต่ผันผวน ตลาดจึงตอบสนองรุนแรงต่อผลประกอบการที่พลาดเป้าทั้งรายได้และกำไร

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 หุ้น PennyMac Financial Services (NYSE: PFSI) ดิ่งลง 22.5% สู่ระดับ 116 ดอลลาร์ หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 538 ล้านดอลลาร์ — เท่ากับปีก่อนและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด — และกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 1.97 ดอลลาร์ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลาดถึง 39.6%

นาย David Spector ซีอีโอ ระบุว่า ROE แบบ annualized อยู่ที่ 10% และการผลิตสินเชื่อยังแข็งแกร่ง แต่ถูกหักล้างด้วยการลดลงเร็วของสินทรัพย์ MSR จากการชำระหนี้ก่อนกำหนด แม้อัตราการเติบโตรายได้เฉลี่ยสองปีอยู่ที่ 19.4% ดีกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีย้อนหลังที่ลดลง 10.3% แต่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีส่วนช่วยเพียง -1.7% ในช่วงห้าปี สะท้อนโครงสร้างรายได้หลากหลายแต่ผันผวน ตลาดจึงตอบสนองรุนแรงต่อผลประกอบการที่พลาดเป้าทั้งรายได้และกำไร

ET 18:00
IMP5.0
SNT-0.3
CONF100%
Earnings

Minerals Technologies ทำกำไรไตรมาส 4 ได้ 37.1 ล้านดอลลาร์ แต่ EPS ต่ำกว่าคาด

บริษัท Minerals Technologies Inc. (MTX) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 จำนวน 37.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ Zacks สามรายที่อยู่ที่ 1.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่กำไรปรับแล้วอยู่ที่ 1.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้ไตรมาสนี้อยู่ที่ 519.5 ล้านดอลลาร์
สำหรับปี 2025 ทั้งปี บริษัทขาดทุนสุทธิ 18.4 ล้านดอลลาร์ หรือขาดทุน 0.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดขายรวม 2.07 พันล้านดอลลาร์ บริษัทซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ผลิตแร่และผลิตภัณฑ์แร่สังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรม ข้อมูลนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 โดยอ้างอิงจาก Zacks Investment Research

บริษัท Minerals Technologies Inc. (MTX) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 จำนวน 37.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ Zacks สามรายที่อยู่ที่ 1.28 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่กำไรปรับแล้วอยู่ที่ 1.27 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้ไตรมาสนี้อยู่ที่ 519.5 ล้านดอลลาร์

สำหรับปี 2025 ทั้งปี บริษัทขาดทุนสุทธิ 18.4 ล้านดอลลาร์ หรือขาดทุน 0.59 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดขายรวม 2.07 พันล้านดอลลาร์ บริษัทซึ่งตั้งอยู่ในนิวยอร์ก ผลิตแร่และผลิตภัณฑ์แร่สังเคราะห์สำหรับอุตสาหกรรม ข้อมูลนี้เผยแพร่เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 โดยอ้างอิงจาก Zacks Investment Research

ET 18:00
IMP9.0
SNT-1.0
CONF100%
Earnings

หุ้นไมโครซอฟท์ร่วง 10% แม้ผลงานเกินคาด ลบมูลค่าตลาด 3.57 แสนล้านดอลลาร์ หลังกังวลค่าใช้จ่าย AI

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 หุ้นไมโครซอฟท์ร่วงหนัก 9.99% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไป 357 พันล้านดอลลาร์ แม้รายงานรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 8.13 หมื่นล้านดอลลาร์ (+17% YoY) และกำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 4.14 ดอลลาร์ (+24%) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 8.03 หมื่นล้านดอลลาร์และ 3.91 ดอลลาร์ Azure เติบโต 39% ตรงตามประมาณการ
นักลงทุนเทขายหุ้นเนื่องจากค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนพุ่งสูงถึง 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดคำถามว่าจะคืนทุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เมื่อใด การซื้อขายช่วง After-Hours เริ่มต้นลดลง 7% ก่อนขยายเป็น 10% ขณะปิดตลาด และฉุดดัชนีแนสแดกลง 0.7% ซีอีโอซาตยา นาเดลลา ยืนยันว่าการใช้งาน AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และธุรกิจ AI ของไมโครซอฟท์มีขนาดใหญ่กว่าบางสายงานหลักของบริษัท

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 หุ้นไมโครซอฟท์ร่วงหนัก 9.99% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไป 357 พันล้านดอลลาร์ แม้รายงานรายได้ไตรมาส 2 อยู่ที่ 8.13 หมื่นล้านดอลลาร์ (+17% YoY) และกำไรต่อหุ้นแบบ Non-GAAP อยู่ที่ 4.14 ดอลลาร์ (+24%) ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 8.03 หมื่นล้านดอลลาร์และ 3.91 ดอลลาร์ Azure เติบโต 39% ตรงตามประมาณการ

นักลงทุนเทขายหุ้นเนื่องจากค่าใช้จ่ายฝ่ายทุนพุ่งสูงถึง 3.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดคำถามว่าจะคืนทุนจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้เมื่อใด การซื้อขายช่วง After-Hours เริ่มต้นลดลง 7% ก่อนขยายเป็น 10% ขณะปิดตลาด และฉุดดัชนีแนสแดกลง 0.7% ซีอีโอซาตยา นาเดลลา ยืนยันว่าการใช้งาน AI ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และธุรกิจ AI ของไมโครซอฟท์มีขนาดใหญ่กว่าบางสายงานหลักของบริษัท

ET 18:00
IMP5.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

LCNB ทำกำไรสุทธิไตรมาส 4 ที่ 5.7 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์รายได้

บริษัท LCNB Corp. (LCNB) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 โดยมีกำไรสุทธิ 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้รวมอยู่ที่ 30.8 ล้านดอลลาร์ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 23.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้
ตลอดปี 2025 LCNB มีกำไรสุทธิรวม 23.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.63 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดรายได้รวม 92 ล้านดอลลาร์ ผลประกอบการสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่มั่นคงของธนาคารย่อย LCNB National Bank ภายใต้สภาพคล่องการปล่อยกู้ระดับภูมิภาคที่ทรงตัว

บริษัท LCNB Corp. (LCNB) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 4 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 โดยมีกำไรสุทธิ 5.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 0.40 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้รวมอยู่ที่ 30.8 ล้านดอลลาร์ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 23.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้

ตลอดปี 2025 LCNB มีกำไรสุทธิรวม 23.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.63 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดรายได้รวม 92 ล้านดอลลาร์ ผลประกอบการสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่มั่นคงของธนาคารย่อย LCNB National Bank ภายใต้สภาพคล่องการปล่อยกู้ระดับภูมิภาคที่ทรงตัว

ET 18:00
IMP6.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

ฮิลท็อป โฮลดิ้งส์ ทำกำไรไตรมาส 4 เกินคาด อยู่ที่ 41.6 ล้านดอลลาร์

บริษัท Hilltop Holdings Inc. (HTH) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2026 จำนวน 41.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.69 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ Zacks ที่ 0.46 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้รวมอยู่ที่ 411.2 ล้านดอลลาร์ และรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 329.9 ล้านดอลลาร์ — สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 302.8 ล้านดอลลาร์
ตลอดปี 2025 ฮิลท็อปทำกำไรรวม 165.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.64 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดรายได้ 1.28 พันล้านดอลลาร์ บริษัทโฮลดิ้งทางการเงินที่มีฐานอยู่ในดัลลัส ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งธนาคารและประกันภัย สามารถทำผลงานเกินคาดในทุกตัวชี้วัดสำคัญ สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจแบบหลากหลาย

บริษัท Hilltop Holdings Inc. (HTH) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2026 จำนวน 41.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.69 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ Zacks ที่ 0.46 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้รวมอยู่ที่ 411.2 ล้านดอลลาร์ และรายได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอยู่ที่ 329.9 ล้านดอลลาร์ — สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 302.8 ล้านดอลลาร์

ตลอดปี 2025 ฮิลท็อปทำกำไรรวม 165.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.64 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดรายได้ 1.28 พันล้านดอลลาร์ บริษัทโฮลดิ้งทางการเงินที่มีฐานอยู่ในดัลลัส ซึ่งดำเนินธุรกิจทั้งธนาคารและประกันภัย สามารถทำผลงานเกินคาดในทุกตัวชี้วัดสำคัญ สะท้อนความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจแบบหลากหลาย

ET 18:00
IMP6.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

เฟเดอเรเต็ด เฮอร์มีส ทำกำไรต่อหุ้นไตรมาส 4 สูงกว่าคาดที่ 1.39 ดอลลาร์ จากยอดรายได้ 482.8 ล้านดอลลาร์ (FHI)

บริษัทเฟเดอเรเต็ด เฮอร์มีส อิงค์ (FHI) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 อยู่ที่ 107 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.39 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ Zacks ที่ 1.20 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 482.8 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่คาดไว้ที่ 470.1 ล้านดอลลาร์
ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่จากพิตต์สเบิร์กแห่งนี้ มีกำไรตลอดปี 2025 อยู่ที่ 403.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.13 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดรายได้ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดสะท้อนประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และควบคุมต้นทุนที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ก่อนเข้าสู่ปี 2026

บริษัทเฟเดอเรเต็ด เฮอร์มีส อิงค์ (FHI) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4 อยู่ที่ 107 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.39 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าประมาณการเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ Zacks ที่ 1.20 ดอลลาร์ต่อหุ้น ขณะที่รายได้อยู่ที่ 482.8 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่คาดไว้ที่ 470.1 ล้านดอลลาร์

ผู้จัดการกองทุนรายใหญ่จากพิตต์สเบิร์กแห่งนี้ มีกำไรตลอดปี 2025 อยู่ที่ 403.3 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.13 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากยอดรายได้ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดสะท้อนประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และควบคุมต้นทุนที่แข็งแกร่งกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ก่อนเข้าสู่ปี 2026

ET 17:59
IMP6.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

Federated Hermes (FHI) รายได้ไตรมาส 4 พุ่ง 13.7% เกินคาด หุ้นดีดขึ้น 2.8%

Federated Hermes (NYSE: FHI) เปิดเผยรายได้ไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 482.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.7% จากปีก่อน และสูงกว่าประมาณการวอลล์สตรีท 2.2% กำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 1.39 ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 14% ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 2.8% แตะ 54.60 ดอลลาร์หลังประกาศผลประกอบการ
นาย J. Christopher Donahue ซีอีโอ ระบุว่า สินทรัพย์สิ้นปีทำสถิติใหม่จากกระแสเงินไหลเข้ากองทุนตลาดเงิน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์สภาพคล่องที่ให้ผลตอบแทนปรับตามความเสี่ยง แม้อัตราการเติบโตเฉลี่ยสองปีที่ผ่านมา (CAGR 5.8%) จะเร็วกว่าค่าเฉลี่ยห้าปี (4.5%) แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า ผลงานล่าสุดอาจสะท้อนภาวะตลาดชั่วคราว ไม่ใช่การเร่งตัวเชิงโครงสร้าง บริษัทก่อตั้งปี 1955 เป็นผู้บุกเบิกกองทุนตลาดเงิน ให้บริการลูกค้าสถาบันและรายย่อย แม้ไตรมาสนี้เกินเป้า นักลงทุนระยะยาวควรประเมินมูลค่าและปัจจัยพื้นฐาน มากกว่าแค่โมเมนตัมกำไรระยะสั้น

Federated Hermes (NYSE: FHI) เปิดเผยรายได้ไตรมาส 4 ปี 2025 อยู่ที่ 482.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13.7% จากปีก่อน และสูงกว่าประมาณการวอลล์สตรีท 2.2% กำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 1.39 ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 14% ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งขึ้น 2.8% แตะ 54.60 ดอลลาร์หลังประกาศผลประกอบการ

นาย J. Christopher Donahue ซีอีโอ ระบุว่า สินทรัพย์สิ้นปีทำสถิติใหม่จากกระแสเงินไหลเข้ากองทุนตลาดเงิน สะท้อนความต้องการผลิตภัณฑ์สภาพคล่องที่ให้ผลตอบแทนปรับตามความเสี่ยง แม้อัตราการเติบโตเฉลี่ยสองปีที่ผ่านมา (CAGR 5.8%) จะเร็วกว่าค่าเฉลี่ยห้าปี (4.5%) แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่า ผลงานล่าสุดอาจสะท้อนภาวะตลาดชั่วคราว ไม่ใช่การเร่งตัวเชิงโครงสร้าง บริษัทก่อตั้งปี 1955 เป็นผู้บุกเบิกกองทุนตลาดเงิน ให้บริการลูกค้าสถาบันและรายย่อย แม้ไตรมาสนี้เกินเป้า นักลงทุนระยะยาวควรประเมินมูลค่าและปัจจัยพื้นฐาน มากกว่าแค่โมเมนตัมกำไรระยะสั้น

ET 17:59
IMP5.0
SNT-0.3
CONF100%
Earnings

DXC รายได้ไตรมาส 4 ทรงตัว กำไรต่อหุ้นเกินคาด แต่แนวโน้มไตรมาสถัดไปต่ำกว่าประมาณการ

DXC Technology (NYSE:DXC) รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 3.19 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ เทียบเท่าปีก่อนหน้าและตรงตามประมาณการ แต่ให้แนวโน้มรายได้ไตรมาส 1 ที่ 3.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าตลาดคาด 1% ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 0.96 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าคาด 16.2%
บริษัททำกำไรจากการดำเนินงาน 5.4% เทียบเท่าปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.6 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา กำไรต่อหุ้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 2.8% ในช่วงห้าปี โดยได้แรงหนุนจากการลดจำนวนหุ้นลง 31.3% นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นปีงบประมาณ 2026 ที่ 3.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ลดลง 6.5% จากปีก่อน) และรายได้ลดลง 1.5% รายได้ออร์แกนิกลดลงเฉลี่ยปีละ 4.5% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นร่วง 3% ลงมาอยู่ที่ 13.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ

DXC Technology (NYSE:DXC) รายงานรายได้ไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 3.19 พันล้านดอลลาร์ สหรัฐฯ เทียบเท่าปีก่อนหน้าและตรงตามประมาณการ แต่ให้แนวโน้มรายได้ไตรมาส 1 ที่ 3.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่ำกว่าตลาดคาด 1% ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษอยู่ที่ 0.96 ดอลลาร์สหรัฐฯ สูงกว่าคาด 16.2%

บริษัททำกำไรจากการดำเนินงาน 5.4% เทียบเท่าปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4.6 จุดเปอร์เซ็นต์ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา กำไรต่อหุ้นเติบโตเฉลี่ยปีละ 2.8% ในช่วงห้าปี โดยได้แรงหนุนจากการลดจำนวนหุ้นลง 31.3% นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นปีงบประมาณ 2026 ที่ 3.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ลดลง 6.5% จากปีก่อน) และรายได้ลดลง 1.5% รายได้ออร์แกนิกลดลงเฉลี่ยปีละ 4.5% ในช่วงสองปีที่ผ่านมา หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นร่วง 3% ลงมาอยู่ที่ 13.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ET 17:59
IMP6.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

หุ้น Deckers (DECK) พุ่ง 13.1% หลังรายได้และกำไรต่อหุ้น Q4 เกินคาด พร้อมปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 หุ้น Deckers (NYSE:DECK) ทะยานขึ้น 13.1% ไปอยู่ที่ 112.98 ดอลลาร์ หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4 ที่ 1.96 พันล้านดอลลาร์ (+7.1% YoY) สูงกว่าประมาณการ 4.7% และกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 3.33 ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ถึง 20.5% บริษัทยังปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีเป็น 5.41 พันล้านดอลลาร์ (ค่ากลาง) สูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ 0.9%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Deckers มีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยต่อปีที่ 17.9% แต่สองปีล่าสุดชะลอลงเหลือ 14.2% หากปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% สะท้อนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินตราที่มีประสิทธิภาพ อัตรากำไรจากการดำเนินงานใน Q4 ทรงตัวที่ 31.4% เท่ากับปีก่อน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าใน 12 เดือนข้างหน้า รายได้จะขยายตัว 5.2% แต่กำไรต่อหุ้นจะลดลง 5.7% แม้ผลงานไตรมาสและเป้าหมายใหม่จะแข็งแกร่ง แต่พื้นฐานระยะยาวและระดับราคาหุ้นยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดในการตัดสินใจลงทุน

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 หุ้น Deckers (NYSE:DECK) ทะยานขึ้น 13.1% ไปอยู่ที่ 112.98 ดอลลาร์ หลังรายงานรายได้ไตรมาส 4 ที่ 1.96 พันล้านดอลลาร์ (+7.1% YoY) สูงกว่าประมาณการ 4.7% และกำไรต่อหุ้นตามมาตรฐาน GAAP อยู่ที่ 3.33 ดอลลาร์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ถึง 20.5% บริษัทยังปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีเป็น 5.41 พันล้านดอลลาร์ (ค่ากลาง) สูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ 0.9%

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Deckers มีอัตราการเติบโตของยอดขายเฉลี่ยต่อปีที่ 17.9% แต่สองปีล่าสุดชะลอลงเหลือ 14.2% หากปรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายเติบโตเฉลี่ยปีละ 15% สะท้อนกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินตราที่มีประสิทธิภาพ อัตรากำไรจากการดำเนินงานใน Q4 ทรงตัวที่ 31.4% เท่ากับปีก่อน นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าใน 12 เดือนข้างหน้า รายได้จะขยายตัว 5.2% แต่กำไรต่อหุ้นจะลดลง 5.7% แม้ผลงานไตรมาสและเป้าหมายใหม่จะแข็งแกร่ง แต่พื้นฐานระยะยาวและระดับราคาหุ้นยังคงเป็นปัจจัยชี้ขาดในการตัดสินใจลงทุน

ET 17:59

ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ และทั่วโลกปิดตลาด ณ วันที่ 29 มกราคม 2026

ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ และตลาดโลกปิดทำการเมื่อเวลา 17:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2026 สะท้อนสถานะการถือครองสิ้นวันของนักลงทุน
ข้อมูลนี้เป็นเพียงภาพรวมสำหรับการอ้างอิงของสถาบัน ไม่มีรายละเอียดการเคลื่อนไหวระหว่างวันหรืออัตราเปลี่ยนแปลง นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจวันศุกร์เพื่อหาทิศทาง โดยเวลารายงานตรงกับ 22:30 UTC ตามมาตรฐานการรายงานตลาดนิวยอร์ก

ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯ และตลาดโลกปิดทำการเมื่อเวลา 17:30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2026 สะท้อนสถานะการถือครองสิ้นวันของนักลงทุน

ข้อมูลนี้เป็นเพียงภาพรวมสำหรับการอ้างอิงของสถาบัน ไม่มีรายละเอียดการเคลื่อนไหวระหว่างวันหรืออัตราเปลี่ยนแปลง นักลงทุนรอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจวันศุกร์เพื่อหาทิศทาง โดยเวลารายงานตรงกับ 22:30 UTC ตามมาตรฐานการรายงานตลาดนิวยอร์ก

ET 17:59
IMP6.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

Axos Financial (AX) ทำกำไรไตรมาส 4 เกินคาด หนุน TBVPS โตต่อเนื่องสะท้อนความแข็งแกร่ง

Axos Financial (NYSE:AX) เปิดเผยรายได้ไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 385.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.1% จากปีก่อน และสูงกว่าประมาณการตลาด 12% ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (non-GAAP EPS) อยู่ที่ 2.25 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 8.5% CEO Greg Garrabrants ระบุว่า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งและการขยายตัวของอัตรากำไรเป็นแรงหนุนหลักให้กำไรต่อหุ้นปรับลดแล้วเติบโต 23.3% จากปีก่อน
ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา รายได้ดอกเบี้ยสุทธิคิดเป็น 87.2% ของรายได้รวม ซึ่งช่วยรักษาความมั่นคงของกำไร ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2025 มูลค่าหนังสือต่อหุ้นที่จับต้องได้ (TBVPS) อยู่ที่ 47.79 ดอลลาร์ โดยเติบโตเฉลี่ยต่อปี 19.3% นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มเป็น 56.12 ดอลลาร์ภายในเดือนมกราคม 2027 หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นปรับขึ้น 1.4% แตะ 96.03 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026

Axos Financial (NYSE:AX) เปิดเผยรายได้ไตรมาส 4 ปีงบประมาณ 2025 อยู่ที่ 385.1 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.1% จากปีก่อน และสูงกว่าประมาณการตลาด 12% ขณะที่กำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (non-GAAP EPS) อยู่ที่ 2.25 ดอลลาร์ สูงกว่าคาด 8.5% CEO Greg Garrabrants ระบุว่า รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งและการขยายตัวของอัตรากำไรเป็นแรงหนุนหลักให้กำไรต่อหุ้นปรับลดแล้วเติบโต 23.3% จากปีก่อน

ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา รายได้ดอกเบี้ยสุทธิคิดเป็น 87.2% ของรายได้รวม ซึ่งช่วยรักษาความมั่นคงของกำไร ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2025 มูลค่าหนังสือต่อหุ้นที่จับต้องได้ (TBVPS) อยู่ที่ 47.79 ดอลลาร์ โดยเติบโตเฉลี่ยต่อปี 19.3% นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มเป็น 56.12 ดอลลาร์ภายในเดือนมกราคม 2027 หลังประกาศผลประกอบการ ราคาหุ้นปรับขึ้น 1.4% แตะ 96.03 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026

ET 17:59
IMP8.0
SNT+0.6
CONF70%
M&A

แอมะซอนเจรจาลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์ใน OpenAI ขณะบริษัทเร่งปั้นมูลค่าสูงถึง 8.3 แสนล้านดอลลาร์

แอมะซอนกำลังเจรจาเพื่อลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน OpenAI ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนใหม่ 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อดันมูลค่าบริษัทจาก 5 แสนล้านดอลลาร์ขึ้นไปแตะ 8.3 แสนล้านดอลลาร์ภายในสิ้นไตรมาสแรกปี 2026 โดย CEO แอนดี้ แจสซี กำลังพูดคุยกับแซม อัลท์แมน ผู้บริหาร OpenAI ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล
OpenAI ยังเดินสายพบกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในตะวันออกกลาง และประสานงานกับ NVIDIA, Microsoft และ SoftBank ทั้งนี้ การเข้าถือหุ้นของแอมะซอนอาจก่อความขัดแย้งเชิงกลยุทธ์ เพราะ AWS คือผู้ให้บริการคลาวด์หลักของ Anthropic คู่แข่ง AI ที่แอมะซอนลงทุนไปแล้ว 8 พันล้านดอลลาร์ พร้อมสร้างศูนย์ข้อมูลในอินเดียนา 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์โดยเฉพาะสำหรับโมเดลของ Anthropic

แอมะซอนกำลังเจรจาเพื่อลงทุน 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน OpenAI ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนใหม่ 1 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อดันมูลค่าบริษัทจาก 5 แสนล้านดอลลาร์ขึ้นไปแตะ 8.3 แสนล้านดอลลาร์ภายในสิ้นไตรมาสแรกปี 2026 โดย CEO แอนดี้ แจสซี กำลังพูดคุยกับแซม อัลท์แมน ผู้บริหาร OpenAI ตามรายงานของวอลล์สตรีทเจอร์นัล

OpenAI ยังเดินสายพบกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติในตะวันออกกลาง และประสานงานกับ NVIDIA, Microsoft และ SoftBank ทั้งนี้ การเข้าถือหุ้นของแอมะซอนอาจก่อความขัดแย้งเชิงกลยุทธ์ เพราะ AWS คือผู้ให้บริการคลาวด์หลักของ Anthropic คู่แข่ง AI ที่แอมะซอนลงทุนไปแล้ว 8 พันล้านดอลลาร์ พร้อมสร้างศูนย์ข้อมูลในอินเดียนา 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์โดยเฉพาะสำหรับโมเดลของ Anthropic

ET 17:55
IMP6.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

แอปเปิลทำกำไรและรายได้พุ่งใน Q1 จากความต้องการ iPhone และการฟื้นตัวในจีน หุ้นปรับขึ้นหลังตลาดปิด

แอปเปิล (AAPL) รายงานรายได้ไตรมาสแรกปี 2026 พุ่ง 16% แตะ 1.4376 แสนล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.84 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์มาก เนื่องจากความต้องการ iPhone 17 ทั่วโลก และยอดขายใน Greater China เพิ่มขึ้น 38% หุ้นปรับขึ้น 0.7% ในการซื้อขายหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2026
รายได้จาก iPhone พุ่ง 23% ไปอยู่ที่ 8.527 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย CEO ทิม คุก ระบุว่า ความต้องการ 'น่าทึ่ง' โดยเฉพาะผู้ใช้ใหม่และผู้เปลี่ยนมาใช้ iPhone ในจีนทะลุสถิติ อุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกเพิ่มเป็น 2.5 พันล้านเครื่อง ยอดขายใน Greater China อยู่ที่ 2.553 หมื่นล้านดอลลาร์ อเมริกาเพิ่ม 11% ยุโรปเพิ่ม 12.6% Mac และอุปกรณ์สวมใส่ทำผลงานต่ำกว่าคาด iPad และบริการเกินเป้าเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 48.2% บริษัทยังไม่ประกาศแนวทางรายได้ Q2 อย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.0484 แสนล้านดอลลาร์

แอปเปิล (AAPL) รายงานรายได้ไตรมาสแรกปี 2026 พุ่ง 16% แตะ 1.4376 แสนล้านดอลลาร์ และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 2.84 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์มาก เนื่องจากความต้องการ iPhone 17 ทั่วโลก และยอดขายใน Greater China เพิ่มขึ้น 38% หุ้นปรับขึ้น 0.7% ในการซื้อขายหลังตลาดปิดเมื่อวันที่ 29 ม.ค. 2026

รายได้จาก iPhone พุ่ง 23% ไปอยู่ที่ 8.527 หมื่นล้านดอลลาร์ โดย CEO ทิม คุก ระบุว่า ความต้องการ 'น่าทึ่ง' โดยเฉพาะผู้ใช้ใหม่และผู้เปลี่ยนมาใช้ iPhone ในจีนทะลุสถิติ อุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่ทั่วโลกเพิ่มเป็น 2.5 พันล้านเครื่อง ยอดขายใน Greater China อยู่ที่ 2.553 หมื่นล้านดอลลาร์ อเมริกาเพิ่ม 11% ยุโรปเพิ่ม 12.6% Mac และอุปกรณ์สวมใส่ทำผลงานต่ำกว่าคาด iPad และบริการเกินเป้าเล็กน้อย อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวเป็น 48.2% บริษัทยังไม่ประกาศแนวทางรายได้ Q2 อย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่ 1.0484 แสนล้านดอลลาร์

ET 17:38
IMP6.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

LPL Financial กำไรไตรมาส 4 พุ่ง หนุนโดยรายได้ค่าที่ปรึกษาแข็งแกร่ง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 LPL Financial Holdings Inc. (NASDAQ: LPLA) รายงานกำไรไตรมาสที่ 4 สูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาที่เติบโตแข็งแกร่ง และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น กำไรสุทธิอยู่ที่ 218 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.12 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลดแล้ว เทียบกับ 189 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
สินทรัพย์รวมด้านที่ปรึกษาและนายหน้าแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน ซีอีโอแดน อาร์โนลด์ ระบุว่า ผลประกอบการดีขึ้นจาก “โมเมนตัมต่อเนื่องของโซลูชันแบบคิดค่าธรรมเนียม และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย” บริษัทยังประกาศแผนเทคโนโลยีระดับองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ปรึกษา โดยจะเริ่มใช้งานในไตรมาส 2/2026 ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่ง 3.2% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 LPL Financial Holdings Inc. (NASDAQ: LPLA) รายงานกำไรไตรมาสที่ 4 สูงขึ้น โดยได้แรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาที่เติบโตแข็งแกร่ง และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น กำไรสุทธิอยู่ที่ 218 ล้านดอลลาร์ หรือ 3.12 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลดแล้ว เทียบกับ 189 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.67 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

สินทรัพย์รวมด้านที่ปรึกษาและนายหน้าแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน ซีอีโอแดน อาร์โนลด์ ระบุว่า ผลประกอบการดีขึ้นจาก “โมเมนตัมต่อเนื่องของโซลูชันแบบคิดค่าธรรมเนียม และการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีวินัย” บริษัทยังประกาศแผนเทคโนโลยีระดับองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพที่ปรึกษา โดยจะเริ่มใช้งานในไตรมาส 2/2026 ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่ง 3.2% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด

ET 17:38
IMP5.0
SNT-0.6
CONF100%
Earnings

ดอลบี้แล็บส์กำไรสุทธิไตรมาส 1 ลดลง หุ้นร่วงจากยอดรายได้ลิขสิทธิ์อ่อนแรง

ดอลบี้แล็บส์ (DLB ใน NYSE) รายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ลดลง เนื่องจากรายได้จากลิขสิทธิ์ซบเซาตามความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคลดลง กำไรสุทธิอยู่ที่ 89.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.98 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลดแล้ว เทียบกับ 107.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.16 ดอลลาร์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลง 6% เหลือ 342.1 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากลิขสิทธิ์—ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก—ลดลง 8% เหลือ 289.4 ล้านดอลลาร์
นายเควิน ยีแมน ซีอีโอ ระบุว่า 'ภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังคงกดดัน' ส่งผลต่อความร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์ บริษัทยืนยันเป้าหมายทั้งปีเหมือนเดิม แต่ชี้ว่าตลาดฮาร์ดแวร์โลกยังไม่แน่นอน

ดอลบี้แล็บส์ (DLB ใน NYSE) รายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ลดลง เนื่องจากรายได้จากลิขสิทธิ์ซบเซาตามความต้องการอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ผู้บริโภคลดลง กำไรสุทธิอยู่ที่ 89.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 0.98 ดอลลาร์ต่อหุ้นปรับลดแล้ว เทียบกับ 107.5 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.16 ดอลลาร์ต่อหุ้นในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รายได้รวมลดลง 6% เหลือ 342.1 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากลิขสิทธิ์—ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก—ลดลง 8% เหลือ 289.4 ล้านดอลลาร์

นายเควิน ยีแมน ซีอีโอ ระบุว่า 'ภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังคงกดดัน' ส่งผลต่อความร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์ บริษัทยืนยันเป้าหมายทั้งปีเหมือนเดิม แต่ชี้ว่าตลาดฮาร์ดแวร์โลกยังไม่แน่นอน

ET 17:38
IMP8.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

แอปเปิลทำกำไรไตรมาสแรกพุ่ง ยอดขาย iPhone แข็งแกร่งดันหุ้นปรับขึ้น

บริษัทแอปเปิล (AAPL) เปิดเผยผลกำไรไตรมาสแรกเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 สูงกว่าปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากยอดขาย iPhone และรายได้จากบริการที่เกินความคาดหมาย ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด
กำไรสุทธิอยู่ที่ 25.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 1.58 ดอลลาร์ต่อหุ้น) เทียบกับ 23.6 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% แตะ 126.8 พันล้านดอลลาร์ แซงประมาณการนักวิเคราะห์ที่ 124.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้จากบริการทำสถิติใหม่ที่ 24.1 พันล้านดอลลาร์ ทิม คุก ซีอีโอ ระบุว่า ความต้องการ iPhone 17 ทั่วโลกยังแข็งแกร่งและการขยายตัวในตลาดเกิดใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมประกาศเพิ่มแผนซื้อคืนหุ้นอีก 1 แสนล้านดอลลาร์ และขึ้นเงินปันผลรายไตรมาสอีก 5%

บริษัทแอปเปิล (AAPL) เปิดเผยผลกำไรไตรมาสแรกเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2026 สูงกว่าปีก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากยอดขาย iPhone และรายได้จากบริการที่เกินความคาดหมาย ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นในการซื้อขายช่วงหลังตลาดปิด

กำไรสุทธิอยู่ที่ 25.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือ 1.58 ดอลลาร์ต่อหุ้น) เทียบกับ 23.6 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6% แตะ 126.8 พันล้านดอลลาร์ แซงประมาณการนักวิเคราะห์ที่ 124.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้จากบริการทำสถิติใหม่ที่ 24.1 พันล้านดอลลาร์ ทิม คุก ซีอีโอ ระบุว่า ความต้องการ iPhone 17 ทั่วโลกยังแข็งแกร่งและการขยายตัวในตลาดเกิดใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมประกาศเพิ่มแผนซื้อคืนหุ้นอีก 1 แสนล้านดอลลาร์ และขึ้นเงินปันผลรายไตรมาสอีก 5%