FEB 03, 2026夜盘交易 20:00 - 04:00
ET 01:45
IMP7.0
SNT-1.0
CONF90%
Macro

คำพูดนายกฯ ญี่ปุ่นหนุนเยนอ่อน บ่อนทำลายความพยายามรักษาเสถียรภาพสกุลเงิน

คำให้สัมภาษณ์แบบไม่ได้เตรียมตัวของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่แสดงท่าทีสนับสนุนให้เงินเยนอ่อนค่า ก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสกุลเงิน และบังคับให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังเร่งควบคุมความเสียหาย ซึ่งส่งผลลบต่อความร่วมมือระหว่างโตเกียวกับวอชิงตันในการรักษาเสถียรภาพเงินเยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ความร่วมมือดังกล่าว รวมถึงการตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างหายาก ช่วยให้เงินเยนฟื้นตัวขึ้นมาได้ 7 เยนจากจุดต่ำสุด
ต่อมา นางทาคาอิจิ ได้ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตนไม่มีท่าทีชอบหรือไม่ชอบทิศทางใดของเงินเยน โดยมีเป้าหมายเพียงสร้างเศรษฐกิจที่ทนทานต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่เงินเยนก็ยังคงสูญเสียกำไรไปเกือบครึ่งหนึ่งหลังคำพูดนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งกังวลอยู่แล้วว่าผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นจากข้อเสนอของเธอในการยกเว้นภาษีขายอาหารจะส่งผลกระทบต่อตลาดโลก มองว่าคำพูดดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความไม่สอดคล้องกันในนโยบายภายในฝ่ายบริหารญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดกำลังเตรียมรับมือกับแนวโน้มการขยายตัวทางการคลังต่อเนื่อง หากพรรคของเธอชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า

คำให้สัมภาษณ์แบบไม่ได้เตรียมตัวของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ที่แสดงท่าทีสนับสนุนให้เงินเยนอ่อนค่า ก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 ได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสกุลเงิน และบังคับให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังเร่งควบคุมความเสียหาย ซึ่งส่งผลลบต่อความร่วมมือระหว่างโตเกียวกับวอชิงตันในการรักษาเสถียรภาพเงินเยน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ความร่วมมือดังกล่าว รวมถึงการตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างหายาก ช่วยให้เงินเยนฟื้นตัวขึ้นมาได้ 7 เยนจากจุดต่ำสุด

ต่อมา นางทาคาอิจิ ได้ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดียว่า ตนไม่มีท่าทีชอบหรือไม่ชอบทิศทางใดของเงินเยน โดยมีเป้าหมายเพียงสร้างเศรษฐกิจที่ทนทานต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่เงินเยนก็ยังคงสูญเสียกำไรไปเกือบครึ่งหนึ่งหลังคำพูดนั้น เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ซึ่งกังวลอยู่แล้วว่าผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นที่พุ่งขึ้นจากข้อเสนอของเธอในการยกเว้นภาษีขายอาหารจะส่งผลกระทบต่อตลาดโลก มองว่าคำพูดดังกล่าวไม่เป็นประโยชน์ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นความไม่สอดคล้องกันในนโยบายภายในฝ่ายบริหารญี่ปุ่น ขณะที่ตลาดกำลังเตรียมรับมือกับแนวโน้มการขยายตัวทางการคลังต่อเนื่อง หากพรรคของเธอชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า

ET 01:30
IMP5.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

SI-BONE จะเปิดเผยผลประกอบการเบื้องต้นไตรมาส 4 และปี 2025 ในช่วงปลายเดือนนี้

บริษัท SI-BONE, Inc. (NASDAQ: SIBN) จะเปิดเผยผลประกอบการทางการเงินเบื้องต้นสำหรับไตรมาสที่ 4 และปี 2025 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยคาดว่ารายได้ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นของไตรมาส 4 ปี 2025 จะอยู่ที่ประมาณ 38.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าช่วงคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 35.537.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับทั้งปี 2025 บริษัทคาดรายได้รวมประมาณ 149.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินเป้าหมายเดิมที่ 144148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลการดำเนินงานที่ดีเกินคาดนี้เกิดจากการใช้งานระบบ iFuse Implant System เพิ่มขึ้นและการขยายการเข้าถึงตลาด ผลประกอบการฉบับสมบูรณ์หลังตรวจสอบจะเผยแพร่ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026

บริษัท SI-BONE, Inc. (NASDAQ: SIBN) จะเปิดเผยผลประกอบการทางการเงินเบื้องต้นสำหรับไตรมาสที่ 4 และปี 2025 ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2026 โดยคาดว่ารายได้ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นของไตรมาส 4 ปี 2025 จะอยู่ที่ประมาณ 38.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าช่วงคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 35.537.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับทั้งปี 2025 บริษัทคาดรายได้รวมประมาณ 149.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เกินเป้าหมายเดิมที่ 144148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลการดำเนินงานที่ดีเกินคาดนี้เกิดจากการใช้งานระบบ iFuse Implant System เพิ่มขึ้นและการขยายการเข้าถึงตลาด ผลประกอบการฉบับสมบูรณ์หลังตรวจสอบจะเผยแพร่ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2026

ET 01:30
IMP6.0
SNT+0.7
CONF100%
Operational

RTX ลงทุน 139 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายการผลิตและบริการ MRO ด้านอวกาศยานในสิงคโปร์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 RTX (ซื้อขายใน NYSE: RTX) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นกับคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) เพื่อลงทุนมากกว่า 139 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายขีดความสามารถด้านการผลิตอวกาศยานและการให้บริการซ่อมบำรุง ซ่อมแซม และตรวจสอบใหญ่ (MRO) ในประเทศ
การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนอวกาศยานขั้นสูงในสิงคโปร์ และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริการเครื่องยนต์ทั้งภาคพลเรือนและทหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดย RTX จะปรับปรุงโรงงานของบริษัทในเครือ Pratt & Whitney และ Collins Aerospace ด้วยเทคโนโลยีเครื่องจักรความแม่นยำสูงและระบบ MRO แบบดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์ในการเสริมสร้างบทบาทเป็นศูนย์กลางอวกาศยานระดับโลก

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 RTX (ซื้อขายใน NYSE: RTX) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นกับคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) เพื่อลงทุนมากกว่า 139 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายขีดความสามารถด้านการผลิตอวกาศยานและการให้บริการซ่อมบำรุง ซ่อมแซม และตรวจสอบใหญ่ (MRO) ในประเทศ

การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตชิ้นส่วนอวกาศยานขั้นสูงในสิงคโปร์ และรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับบริการเครื่องยนต์ทั้งภาคพลเรือนและทหารในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดย RTX จะปรับปรุงโรงงานของบริษัทในเครือ Pratt & Whitney และ Collins Aerospace ด้วยเทคโนโลยีเครื่องจักรความแม่นยำสูงและระบบ MRO แบบดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของสิงคโปร์ในการเสริมสร้างบทบาทเป็นศูนย์กลางอวกาศยานระดับโลก

ET 01:11
IMP7.0
SNT+0.8
CONF90%
Narrative

รายงาน a16z ชี้ไมโครซอฟท์คือผู้ได้ประโยชน์สูงสุดจาก AI ภาคองค์กร

รายงานของ Andreessen Horowitz (a16z) วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า แม้ OpenAI และ Anthropic จะนำโด่งในการใช้งานโมเดลพื้นฐาน แต่ไมโครซอฟท์ (MSFT-US) กำลังกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการนำ AI ไปใช้จริงในองค์กร โดยการสำรวจ CIO 100 รายจากบริษัทใน Fortune 2000 ชี้ว่า 78% ใช้โมเดลของ OpenAI ในระบบการผลิต แต่เครื่องมือแบบบูรณาการของไมโครซอฟท์—ทั้ง Microsoft 365 Copilot และ GitHub Copilot—กลับขับเคลื่อนการใช้งานจริงได้ดีกว่า เนื่องจากองค์กรเชื่อมั่น ผสานระบบได้ง่าย และกระบวนการจัดซื้อสะดวกรวดเร็ว
การใช้จ่ายด้าน AI ขององค์กรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสำหรับโมเดลขนาดใหญ่พุ่งจาก 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา และงบประมาณปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มอีก 65% แตะ 11.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Anthropic กระโจนขึ้นมาอยู่ที่ 44% ในการใช้งานจริง (63% หากนับรวมโครงการนำร่อง) ทำให้ช่องว่างกับ OpenAI แคบลง โดยขณะนี้ OpenAI ครองสัดส่วนการใช้จ่ายเกี่ยวกับโมเดล 56% ส่วน Gemini ของ Google ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ตลาดกลายเป็นการแข่งขันสามฝ่าย ขณะเดียวกัน ความต้องการแอปพลิเคชัน AI จากผู้ให้บริการภายนอกยังคงแข็งแกร่ง หักล้างข้อกังวลเรื่อง 'หายนะของแอปพลิเคชัน' ได้อย่างชัดเจน

รายงานของ Andreessen Horowitz (a16z) วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ระบุว่า แม้ OpenAI และ Anthropic จะนำโด่งในการใช้งานโมเดลพื้นฐาน แต่ไมโครซอฟท์ (MSFT-US) กำลังกลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการนำ AI ไปใช้จริงในองค์กร โดยการสำรวจ CIO 100 รายจากบริษัทใน Fortune 2000 ชี้ว่า 78% ใช้โมเดลของ OpenAI ในระบบการผลิต แต่เครื่องมือแบบบูรณาการของไมโครซอฟท์—ทั้ง Microsoft 365 Copilot และ GitHub Copilot—กลับขับเคลื่อนการใช้งานจริงได้ดีกว่า เนื่องจากองค์กรเชื่อมั่น ผสานระบบได้ง่าย และกระบวนการจัดซื้อสะดวกรวดเร็ว

การใช้จ่ายด้าน AI ขององค์กรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสำหรับโมเดลขนาดใหญ่พุ่งจาก 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา และงบประมาณปี 2026 คาดว่าจะเพิ่มอีก 65% แตะ 11.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ Anthropic กระโจนขึ้นมาอยู่ที่ 44% ในการใช้งานจริง (63% หากนับรวมโครงการนำร่อง) ทำให้ช่องว่างกับ OpenAI แคบลง โดยขณะนี้ OpenAI ครองสัดส่วนการใช้จ่ายเกี่ยวกับโมเดล 56% ส่วน Gemini ของ Google ก็เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้ตลาดกลายเป็นการแข่งขันสามฝ่าย ขณะเดียวกัน ความต้องการแอปพลิเคชัน AI จากผู้ให้บริการภายนอกยังคงแข็งแกร่ง หักล้างข้อกังวลเรื่อง 'หายนะของแอปพลิเคชัน' ได้อย่างชัดเจน

ET 01:00

โตโยต้า อินดัสทรีส์ รายงานกำไรลดลง พร้อมคาดการณ์ผลประกอบการปีงบประมาณ 2569

บริษัท โตโยต้า อินดัสทรีส์ คอร์ปอเรชัน (TYO: 6201) รายงานผลกำไรช่วงเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ลดลง โดยระบุว่าอุปสงค์ที่อ่อนแอในกลุ่มยานยนต์และโลจิสติกส์เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดผลประกอบการ
สำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 120,000 ล้านเยน (ราว 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 12% จากปีก่อนหน้า และรายได้รวมคาดอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านเยน ลดลง 4% เมื่อเทียบปีต่อปี พร้อมประกาศแผนจ่ายเงินปันผล 90 เยนต่อหุ้น คงอัตราเดิมจากปีงบประมาณก่อน

บริษัท โตโยต้า อินดัสทรีส์ คอร์ปอเรชัน (TYO: 6201) รายงานผลกำไรช่วงเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ลดลง โดยระบุว่าอุปสงค์ที่อ่อนแอในกลุ่มยานยนต์และโลจิสติกส์เป็นปัจจัยหลักที่ฉุดผลประกอบการ

สำหรับปีงบประมาณ 2569 ซึ่งสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 120,000 ล้านเยน (ราว 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 12% จากปีก่อนหน้า และรายได้รวมคาดอยู่ที่ 3.1 ล้านล้านเยน ลดลง 4% เมื่อเทียบปีต่อปี พร้อมประกาศแผนจ่ายเงินปันผล 90 เยนต่อหุ้น คงอัตราเดิมจากปีงบประมาณก่อน

ET 01:00

หุ้นยุโรปเตรียมเปิดตลาดสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ-อินเดียบรรลุข้อตกลงการค้าเบื้องต้น

หุ้นยุโรปมีแนวโน้มเปิดตลาดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 สูงขึ้น หลังสหรัฐอเมริกาและอินเดียประกาศข้อตกลงการค้าเบื้องต้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ ซึ่งลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรสำคัญ เพื่อส่งเสริมการค้าทวิภาคีและลดอุปสรรคทางการค้า
ฟิวเจอร์ส Euro Stoxx 50 เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีและ CAC 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวขึ้น 0.7% และ 0.6% ตามลำดับ นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า ข้อตกลงนี้อาจหนุนภาคส่งออกของยุโรป โดยช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานโลกมีเสถียรภาพและเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเจรจาหลายเดือน และมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2026

หุ้นยุโรปมีแนวโน้มเปิดตลาดในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 สูงขึ้น หลังสหรัฐอเมริกาและอินเดียประกาศข้อตกลงการค้าเบื้องต้นเมื่อคืนวันอาทิตย์ ซึ่งลดภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรสำคัญ เพื่อส่งเสริมการค้าทวิภาคีและลดอุปสรรคทางการค้า

ฟิวเจอร์ส Euro Stoxx 50 เพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่ดัชนี DAX ของเยอรมนีและ CAC 40 ของฝรั่งเศสปรับตัวขึ้น 0.7% และ 0.6% ตามลำดับ นักวิเคราะห์จาก JPMorgan ระบุว่า ข้อตกลงนี้อาจหนุนภาคส่งออกของยุโรป โดยช่วยให้ห่วงโซ่อุปทานโลกมีเสถียรภาพและเพิ่มความเชื่อมั่นนักลงทุน ทั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเจรจาหลายเดือน และมีกำหนดลงนามอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2026

ET 00:51
IMP8.0
SNT+0.9
CONF100%
Operational

มูลค่า Waymo พุ่งแตะ 126,000 ล้านดอลลาร์ หลังระดมทุนได้ 16,000 ล้านดอลลาร์

Waymo หน่วยงานยานยนต์ไร้คนขับภายใต้ Alphabet (GOOGL) ระดมทุนรอบใหม่ได้ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นเป็น 126,000 ล้านดอลลาร์ — เพิ่มเกือบสามเท่าจากมูลค่า 45,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 โดยการลงทุนครั้งนี้นำโดย Dragoneer Investment Group, DST Global และ Sequoia Capital พร้อมด้วยผู้ร่วมลงทุนอื่น ๆ ได้แก่ Mubadala Capital, Andreessen Horowitz และ T. Rowe Price
ในปี 2025 Waymo ให้บริการรถไร้คนขับรวมทั้งสิ้น 15 ล้านเที่ยว โดยให้บริการเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 400,000 เที่ยวในเขตเมืองใหญ่ 6 แห่งของสหรัฐฯ ปัจจุบัน Waymo ยังคงเป็นผู้ให้บริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์แบบไร้คนขับเพียงรายเดียวในสหรัฐฯ ที่ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำรถ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันเริ่มรุนแรงขึ้น โดย Tesla (TSLA) ให้ความสำคัญกับโครงการ Robotaxi อย่างเต็มที่ ขณะที่ Zoox ของ Amazon (AMZN) เริ่มให้บริการทดลองฟรีในบางพื้นที่ของลาสเวกัสและซานฟรานซิสโก นอกจากนี้ สำนักงานบริหารความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) กำลังสอบสวนเหตุการณ์ล่าสุดในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งรถของ Waymo ชนกับเด็กใกล้โรงเรียน

Waymo หน่วยงานยานยนต์ไร้คนขับภายใต้ Alphabet (GOOGL) ระดมทุนรอบใหม่ได้ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้มูลค่าบริษัทพุ่งขึ้นเป็น 126,000 ล้านดอลลาร์ — เพิ่มเกือบสามเท่าจากมูลค่า 45,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 โดยการลงทุนครั้งนี้นำโดย Dragoneer Investment Group, DST Global และ Sequoia Capital พร้อมด้วยผู้ร่วมลงทุนอื่น ๆ ได้แก่ Mubadala Capital, Andreessen Horowitz และ T. Rowe Price

ในปี 2025 Waymo ให้บริการรถไร้คนขับรวมทั้งสิ้น 15 ล้านเที่ยว โดยให้บริการเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 400,000 เที่ยวในเขตเมืองใหญ่ 6 แห่งของสหรัฐฯ ปัจจุบัน Waymo ยังคงเป็นผู้ให้บริการ Robotaxi เชิงพาณิชย์แบบไร้คนขับเพียงรายเดียวในสหรัฐฯ ที่ไม่ต้องมีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยประจำรถ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันเริ่มรุนแรงขึ้น โดย Tesla (TSLA) ให้ความสำคัญกับโครงการ Robotaxi อย่างเต็มที่ ขณะที่ Zoox ของ Amazon (AMZN) เริ่มให้บริการทดลองฟรีในบางพื้นที่ของลาสเวกัสและซานฟรานซิสโก นอกจากนี้ สำนักงานบริหารความปลอดภัยบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) กำลังสอบสวนเหตุการณ์ล่าสุดในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งรถของ Waymo ชนกับเด็กใกล้โรงเรียน

ET 00:45
IMP8.0
SNT-1.0
CONF100%
Macro

ธนาคารกลางออสเตรเลียขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็น 3.85% รับมือเงินเฟ้อที่กลับมาแรง

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดฐาน เป็น 3.85% ซึ่งถือเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2023 โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2025 พุ่งขึ้นเป็น 3.8% เมื่อเทียบรายปี จาก 3.4% ในเดือนพฤศจิกายน การปรับขึ้นครั้งนี้เป็นการพลิกกลับจากการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม และสิงหาคม 2025
ธนาคารกลางออสเตรเลียมีเป้าหมายเงินเฟ้ออยู่ที่ 2%3% และระบุว่าแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่เกิดจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนที่แข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน แต่คู่ค้าหลักของออสเตรเลียกลับเติบโตดีกว่าคาด รัฐมนตรีคลังจิม แชลเมอร์ส กล่าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็น “ข่าวร้าย” สำหรับผู้กู้ แต่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างว่าการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นสาเหตุของเงินเฟ้อ ส่วนเชอร์รีล มัวร์ฟี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำ EY โอเชียเนีย ชี้ว่าเศรษฐกิจดู “ร้อนเกินไป” โดยอัตราการว่างงานในเดือนธันวาคมลดลงเหลือ 4.1% และเตือนว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกในช่วงปลายปี 2026

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดฐาน เป็น 3.85% ซึ่งถือเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2023 โดยอัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2025 พุ่งขึ้นเป็น 3.8% เมื่อเทียบรายปี จาก 3.4% ในเดือนพฤศจิกายน การปรับขึ้นครั้งนี้เป็นการพลิกกลับจากการลดอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ พฤษภาคม และสิงหาคม 2025

ธนาคารกลางออสเตรเลียมีเป้าหมายเงินเฟ้ออยู่ที่ 2%3% และระบุว่าแรงกดดันด้านราคาที่ยังคงอยู่เกิดจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนที่แข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจโลกยังไม่แน่นอน แต่คู่ค้าหลักของออสเตรเลียกลับเติบโตดีกว่าคาด รัฐมนตรีคลังจิม แชลเมอร์ส กล่าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยเป็น “ข่าวร้าย” สำหรับผู้กู้ แต่ปฏิเสธข้อกล่าวอ้างว่าการใช้จ่ายของรัฐบาลเป็นสาเหตุของเงินเฟ้อ ส่วนเชอร์รีล มัวร์ฟี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำ EY โอเชียเนีย ชี้ว่าเศรษฐกิจดู “ร้อนเกินไป” โดยอัตราการว่างงานในเดือนธันวาคมลดลงเหลือ 4.1% และเตือนว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกในช่วงปลายปี 2026

ET 00:45

มัสก์ควบรวม SpaceX กับ xAI เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ปี 2026

อีลอน มัสก์ ได้ควบรวมบริษัทจรวดส่วนตัว SpaceX เข้ากับสตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ xAI แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรก (IPO) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยบริษัทใหม่ซึ่งยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ—แต่ถูกเรียกกันในวงในว่า “Musk Inc.”—มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินทุนให้มีประสิทธิภาพ และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ไปพร้อมกัน
SpaceX มีมูลค่าประเมินมากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการระดมทุนรอบล่าสุด ส่วน xAI เพิ่งระดมทุนได้ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2025 ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินงานภายใต้โครงสร้างองค์กรเดียวกัน มัสก์ยืนยันการควบรวมนี้ผ่านบันทึกภายในเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยระบุว่ามีจุดร่วมเชิงกลยุทธ์ระหว่างระบบคอมพิวเตอร์บนวงโคจร ข้อมูลดาวเทียม และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรหัสหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์ที่จะใช้สำหรับ IPO ที่วางแผนไว้

อีลอน มัสก์ ได้ควบรวมบริษัทจรวดส่วนตัว SpaceX เข้ากับสตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์ xAI แล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นสามัญครั้งแรก (IPO) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยบริษัทใหม่ซึ่งยังไม่มีชื่ออย่างเป็นทางการ—แต่ถูกเรียกกันในวงในว่า “Musk Inc.”—มีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินทุนให้มีประสิทธิภาพ และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ไปพร้อมกัน

SpaceX มีมูลค่าประเมินมากกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการระดมทุนรอบล่าสุด ส่วน xAI เพิ่งระดมทุนได้ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2025 ทั้งสองหน่วยงานจะดำเนินงานภายใต้โครงสร้างองค์กรเดียวกัน มัสก์ยืนยันการควบรวมนี้ผ่านบันทึกภายในเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยระบุว่ามีจุดร่วมเชิงกลยุทธ์ระหว่างระบบคอมพิวเตอร์บนวงโคจร ข้อมูลดาวเทียม และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศรหัสหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์ที่จะใช้สำหรับ IPO ที่วางแผนไว้

ET 00:45

มัสก์เตรียมควบรวม SpaceX กับ xAI ก่อนเสนอขายหุ้น IPO ปลายปี 2026

จากเอกสารภายในที่สำนักข่าวเอพีได้ตรวจสอบพบว่า อีลอน มัสก์ มีแผนควบรวมบริษัทสำรวจอวกาศ SpaceX เข้ากับสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI เป็นนิติบุคคลเดียวกัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026
บริษัทใหม่จะใช้จุดแข็งร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานในวงโคจรกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โดยคาดว่าการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในการเข้าจดทะเบียนเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 SpaceX ซึ่งมีมูลค่าประเมินในตลาดเอกชนเกิน 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้เลื่อนแผน IPO มาหลายปี ส่วน xAI ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2023 ได้เร่งลงทุนทั้งด้านระบบประมวลผลและบุคลากรอย่างรวดเร็ว มัสก์ระบุว่าเหตุผลหลักคือ ‘ความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์’ แม้จะต้องเผชิญการพิจารณาด้านกฎระเบียบและการแข่งขันทางการค้าในอนาคต

จากเอกสารภายในที่สำนักข่าวเอพีได้ตรวจสอบพบว่า อีลอน มัสก์ มีแผนควบรวมบริษัทสำรวจอวกาศ SpaceX เข้ากับสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI เป็นนิติบุคคลเดียวกัน เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026

บริษัทใหม่จะใช้จุดแข็งร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานในวงโคจรกับการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ โดยคาดว่าการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในการเข้าจดทะเบียนเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 SpaceX ซึ่งมีมูลค่าประเมินในตลาดเอกชนเกิน 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้เลื่อนแผน IPO มาหลายปี ส่วน xAI ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2023 ได้เร่งลงทุนทั้งด้านระบบประมวลผลและบุคลากรอย่างรวดเร็ว มัสก์ระบุว่าเหตุผลหลักคือ ‘ความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์’ แม้จะต้องเผชิญการพิจารณาด้านกฎระเบียบและการแข่งขันทางการค้าในอนาคต

ET 00:35

บิตคอยน์ทรงตัวที่ 78,800 ดอลลาร์ ท่ามกลางการถกเถียงว่าบทบาท 'สินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า' ยังคงอยู่หรือไม่

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 3.8% มาอยู่ที่ 78,800 ดอลลาร์ หลังจากเผชิญแรงเทขายหนักจนลดลง 13.6% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ยังคงมีความเห็นแตกต่างว่าการปรับฐานครั้งนี้สะท้อนเพียงความตึงเครียดด้านสภาพคล่องระยะสั้น หรือเป็นสัญญาณท้าทายเชิงลึกต่อแนวคิดที่ว่าบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า โดยก่อนหน้านี้เงินทุนหมุนเวียนเข้าสู่เงิน (silver) แต่แนวโน้มดังกล่าวอาจเริ่มพลิกกลับแล้ว ขณะที่ราคาเงินเริ่มอ่อนตัว
นายมาร์ติน กาสปาร์ นักกลยุทธ์จาก FalconX ระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เช่น ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ รวมถึงการเคลื่อนไหวของสถาบัน เช่น แผนของ Binance ที่จะซื้อบิตคอยน์มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์จากกองทุน SAFU และการที่ Tether เริ่มสะสมทองคำ อาจมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาในระยะสั้น แม้บริษัทอย่าง Zerocap จะยังมองบวกในระยะยาว แต่คุณอเล็กซ์ ธอร์น จาก Galaxy Digital เตือนว่า 'วาฬ' กำลังสะสมบิตคอยน์อย่างอ่อนแรง และกิจกรรมของผู้ถือระยะยาวเริ่มลดลง ข้อมูลออนเชนชี้ว่ามากกว่า 22% ของอุปทานบิตคอยน์อยู่ในสถานะขาดทุน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงขาลง แต่การที่ยังไม่มีสัญญาณเทขายแบบตื่นตระหนก อาจถือเป็นสัญญาณเชิงบวกได้

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 3.8% มาอยู่ที่ 78,800 ดอลลาร์ หลังจากเผชิญแรงเทขายหนักจนลดลง 13.6% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ยังคงมีความเห็นแตกต่างว่าการปรับฐานครั้งนี้สะท้อนเพียงความตึงเครียดด้านสภาพคล่องระยะสั้น หรือเป็นสัญญาณท้าทายเชิงลึกต่อแนวคิดที่ว่าบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า โดยก่อนหน้านี้เงินทุนหมุนเวียนเข้าสู่เงิน (silver) แต่แนวโน้มดังกล่าวอาจเริ่มพลิกกลับแล้ว ขณะที่ราคาเงินเริ่มอ่อนตัว

นายมาร์ติน กาสปาร์ นักกลยุทธ์จาก FalconX ระบุว่า ปัจจัยขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เช่น ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ รวมถึงการเคลื่อนไหวของสถาบัน เช่น แผนของ Binance ที่จะซื้อบิตคอยน์มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์จากกองทุน SAFU และการที่ Tether เริ่มสะสมทองคำ อาจมีอิทธิพลต่อทิศทางราคาในระยะสั้น แม้บริษัทอย่าง Zerocap จะยังมองบวกในระยะยาว แต่คุณอเล็กซ์ ธอร์น จาก Galaxy Digital เตือนว่า 'วาฬ' กำลังสะสมบิตคอยน์อย่างอ่อนแรง และกิจกรรมของผู้ถือระยะยาวเริ่มลดลง ข้อมูลออนเชนชี้ว่ามากกว่า 22% ของอุปทานบิตคอยน์อยู่ในสถานะขาดทุน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงขาลง แต่การที่ยังไม่มีสัญญาณเทขายแบบตื่นตระหนก อาจถือเป็นสัญญาณเชิงบวกได้

ET 00:31

สเปซเอ็กซ์เข้าซื้อกิจการ xAI เล็งนำบริษัทรวมออก IPO ปี 2026 แต่ยังคงดำเนินงานแยกจากกัน

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ประกาศเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยเอกสารภายในยืนยันว่า xAI จะยังคงใช้ชื่อ ภารกิจ และมูลค่าประเมินเดิมในระยะสั้น ทั้งสองฝ่ายยังคงตั้งเป้าเสนอขายหุ้น IPO ในปี 2026 แม้กำหนดเวลาและมูลค่าตลาดยังไม่ชัดเจน
xAI แจ้งพนักงานว่ารายละเอียดผลกระทบต่อสิทธิ์หุ้นส่วนบุคคลจะชี้แจงเร็วๆ นี้ พร้อมจัดประชุมทั้งองค์กรและอบรมเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ SpaceX และ xAI จะยังคงแยกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับข้อมูลความมั่นคงและอวกาศ พนักงาน xAI ไม่สามารถเข้าถึงระบบของ SpaceX ได้หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่อาจมีการแบ่งปันเครื่องมือบางอย่างจาก xAI ไปยัง SpaceX ได้ในขอบเขตจำกัด อีลอน มัสก์ ซีอีโอของทั้งสองบริษัท ระบุว่าดีลนี้จะสร้างกลไกนวัตกรรมแบบแนวตั้งที่ครอบคลุม AI จรวด อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และโซเชียลมีเดีย พร้อมแผนติดตั้งศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ประกาศเสร็จสิ้นการเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ xAI เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยเอกสารภายในยืนยันว่า xAI จะยังคงใช้ชื่อ ภารกิจ และมูลค่าประเมินเดิมในระยะสั้น ทั้งสองฝ่ายยังคงตั้งเป้าเสนอขายหุ้น IPO ในปี 2026 แม้กำหนดเวลาและมูลค่าตลาดยังไม่ชัดเจน

xAI แจ้งพนักงานว่ารายละเอียดผลกระทบต่อสิทธิ์หุ้นส่วนบุคคลจะชี้แจงเร็วๆ นี้ พร้อมจัดประชุมทั้งองค์กรและอบรมเกี่ยวกับการควบรวมกิจการ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานของ SpaceX และ xAI จะยังคงแยกจากกันอย่างชัดเจน เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎระเบียบเกี่ยวกับข้อมูลความมั่นคงและอวกาศ พนักงาน xAI ไม่สามารถเข้าถึงระบบของ SpaceX ได้หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่อาจมีการแบ่งปันเครื่องมือบางอย่างจาก xAI ไปยัง SpaceX ได้ในขอบเขตจำกัด อีลอน มัสก์ ซีอีโอของทั้งสองบริษัท ระบุว่าดีลนี้จะสร้างกลไกนวัตกรรมแบบแนวตั้งที่ครอบคลุม AI จรวด อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม และโซเชียลมีเดีย พร้อมแผนติดตั้งศูนย์ข้อมูลในอวกาศ

ET 00:30

ฮานอนซิสเต็มส์ ลดขาดทุนสุทธิไตรมาส 4 ลง และพลิกกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงาน หนุนหุ้นปรับตัวขึ้น

บริษัทฮานอนซิสเต็มส์ (KRX: 002380) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากเกาหลีใต้ รายงานว่าในไตรมาส 4 ปี 2025 ขาดทุนสุทธิ 12.3 พันล้านวอน ลดลงจาก 48.7 พันล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถพลิกกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงานที่ 17.5 พันล้านวอน หลังจากขาดทุนจากการดำเนินงาน 19.2 พันล้านวอนในปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026
รายได้ทั้งปี 2025 อยู่ที่ 9.8 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อนหน้า โดยมีกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีอยู่ที่ 112.4 พันล้านวอน บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานดีขึ้นเนื่องจากการปรับโครงสร้างต้นทุนและความต้องการระบบจัดการความร้อนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น

บริษัทฮานอนซิสเต็มส์ (KRX: 002380) ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จากเกาหลีใต้ รายงานว่าในไตรมาส 4 ปี 2025 ขาดทุนสุทธิ 12.3 พันล้านวอน ลดลงจาก 48.7 พันล้านวอนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถพลิกกลับมาทำกำไรจากการดำเนินงานที่ 17.5 พันล้านวอน หลังจากขาดทุนจากการดำเนินงาน 19.2 พันล้านวอนในปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026

รายได้ทั้งปี 2025 อยู่ที่ 9.8 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้น 9.2% จากปีก่อนหน้า โดยมีกำไรจากการดำเนินงานทั้งปีอยู่ที่ 112.4 พันล้านวอน บริษัทระบุว่า ผลการดำเนินงานดีขึ้นเนื่องจากการปรับโครงสร้างต้นทุนและความต้องการระบบจัดการความร้อนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น

ET 23:57
IMP8.0
SNT-0.7
CONF95%
Macro

ธนาคารกลางออสเตรเลียขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 2 ปี รับมือเงินเฟ้อที่ยังดื้อรั้น

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดฐาน เป็น 3.85% เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งกว่าคาด และเงินเฟ้ออาจยังคงอยู่เหนือกรอบเป้าหมาย 2%3% ต่อไป ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งเกินคาดติดต่อกัน 2 ไตรมาส และอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 4.1%
ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.9% ในไตรมาส 4 ปี 2025 เมื่อเทียบรายไตรมาส ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานประจำปีพุ่งขึ้นแตะ 3.4% สูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งปี RBA ระบุว่า ตลาดแรงงานตึงตัว การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง และราคาที่อยู่อาศัยยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าสภาพคล่องทางการเงินยังคงเอื้อต่อการเติบโต ขณะนี้ตลาดประเมินความน่าจะเป็นที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมไว้ที่ 75% และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นรวมทั้งสิ้น 40 จุดฐานตลอดปี 2026

ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดฐาน เป็น 3.85% เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยให้เหตุผลว่าเศรษฐกิจขยายตัวแข็งแกร่งกว่าคาด และเงินเฟ้ออาจยังคงอยู่เหนือกรอบเป้าหมาย 2%3% ต่อไป ท่ามกลางเงินเฟ้อที่พุ่งเกินคาดติดต่อกัน 2 ไตรมาส และอัตราการว่างงานลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 4.1%

ดัชนีเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.9% ในไตรมาส 4 ปี 2025 เมื่อเทียบรายไตรมาส ส่งผลให้เงินเฟ้อพื้นฐานประจำปีพุ่งขึ้นแตะ 3.4% สูงสุดในรอบมากกว่าหนึ่งปี RBA ระบุว่า ตลาดแรงงานตึงตัว การใช้จ่ายของผู้บริโภคยังแข็งแกร่ง และราคาที่อยู่อาศัยยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าสภาพคล่องทางการเงินยังคงเอื้อต่อการเติบโต ขณะนี้ตลาดประเมินความน่าจะเป็นที่จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมไว้ที่ 75% และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นรวมทั้งสิ้น 40 จุดฐานตลอดปี 2026

ET 23:57

หุ้นเอเชียพุ่งแรง หลังกลุ่มเทคโนโลยีฟื้นตัวจากความเชื่อมั่นเกี่ยวกับ AI

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่ง 5% และดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3.2% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี Samsung Electronics ปรับขึ้น 6.9% และ SK Hynix พุ่ง 7.5% ในกรุงโซล ขณะที่ Disco Corp. และ Advantest ในโตเกียวเพิ่มขึ้น 6% และ 5.6% ตามลำดับ
นักลงทุนกำลังรอรายงานผลประกอบการสำคัญ เพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงจากการจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีน และภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตลาดยังคงรับมือกับความผันผวนของโลหะมีค่า โดยทองคำปรับขึ้น 3.4% และเงินฟื้นตัว 7.5% หลังจากที่ร่วงแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันจันทร์ในแดนบวก โดย SanDisk พุ่ง 15.4% จากผลกำไรที่แข็งแกร่งจาก AI แม้ Nvidia จะร่วง 2.9% ทิศทางนโยบายของเฟดยังคงเป็นประเด็นสำคัญท่ามกลางความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่ง 5% และดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 3.2% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี Samsung Electronics ปรับขึ้น 6.9% และ SK Hynix พุ่ง 7.5% ในกรุงโซล ขณะที่ Disco Corp. และ Advantest ในโตเกียวเพิ่มขึ้น 6% และ 5.6% ตามลำดับ

นักลงทุนกำลังรอรายงานผลประกอบการสำคัญ เพื่อประเมินผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงจากการจำกัดการส่งออกแร่หายากของจีน และภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตลาดยังคงรับมือกับความผันผวนของโลหะมีค่า โดยทองคำปรับขึ้น 3.4% และเงินฟื้นตัว 7.5% หลังจากที่ร่วงแรงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันจันทร์ในแดนบวก โดย SanDisk พุ่ง 15.4% จากผลกำไรที่แข็งแกร่งจาก AI แม้ Nvidia จะร่วง 2.9% ทิศทางนโยบายของเฟดยังคงเป็นประเด็นสำคัญท่ามกลางความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

ET 23:32
IMP5.0
SNT+0.2
CONF70%
Macro

แบงก์อเมริกาฯ ชี้ เควิน วอร์ช ไม่น่าจะเปลี่ยนนโยบายเฟดแบบพลิกฝ่ามือ

ธนาคารอเมริกา (Bank of America) ประเมินว่า หากนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินจะค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น แม้เขาจะมีชื่อเสียงแนวรุก (hawkish) แต่กลยุทธ์กรของแบงก์อเมริกาฯ นายมาร์ก คาบานา คาดว่า วอร์ชจะสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยล่าสุด และสนับสนุนให้เฟดลดขนาดและระยะเวลาของงบดุลลง โดยจำกัดเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น
วอร์ชมักวิจารณ์เฟดมาตลอดว่า “ขยายบทบาทเกินหน้าที่” และเรียกร้องให้เฟดถอนตัวจากประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศและการจ้างงานเชิงรวม พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางพึ่งพาข้อมูลของเฟด โดยเตือนว่าการพยากรณ์เศรษฐกิจอาจทำให้ผู้กำหนดนโยบายติดอยู่ในกรอบการคาดการณ์ของตนเอง แบงก์อเมริกาฯ ระบุว่า เขาอาจผลักดันให้ลดความถี่ในการเผยแพร่เอกสารสรุปการคาดการณ์เศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) อย่างไรก็ตาม ความต้านทานภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) น่าจะจำกัดขอบเขตการปฏิรูป แบงก์อเมริกาฯ มองว่า วอร์ชคงไม่สามารถลดความโปร่งใสหรือเลิกใช้แนวทางพึ่งพาข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ และภายใต้การนำของเขา เฟดจะเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การพลิกโฉม

ธนาคารอเมริกา (Bank of America) ประเมินว่า หากนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) การปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินจะค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น แม้เขาจะมีชื่อเสียงแนวรุก (hawkish) แต่กลยุทธ์กรของแบงก์อเมริกาฯ นายมาร์ก คาบานา คาดว่า วอร์ชจะสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ยล่าสุด และสนับสนุนให้เฟดลดขนาดและระยะเวลาของงบดุลลง โดยจำกัดเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น

วอร์ชมักวิจารณ์เฟดมาตลอดว่า “ขยายบทบาทเกินหน้าที่” และเรียกร้องให้เฟดถอนตัวจากประเด็นด้านสภาพภูมิอากาศและการจ้างงานเชิงรวม พร้อมตั้งคำถามถึงแนวทางพึ่งพาข้อมูลของเฟด โดยเตือนว่าการพยากรณ์เศรษฐกิจอาจทำให้ผู้กำหนดนโยบายติดอยู่ในกรอบการคาดการณ์ของตนเอง แบงก์อเมริกาฯ ระบุว่า เขาอาจผลักดันให้ลดความถี่ในการเผยแพร่เอกสารสรุปการคาดการณ์เศรษฐกิจ (Summary of Economic Projections) อย่างไรก็ตาม ความต้านทานภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) น่าจะจำกัดขอบเขตการปฏิรูป แบงก์อเมริกาฯ มองว่า วอร์ชคงไม่สามารถลดความโปร่งใสหรือเลิกใช้แนวทางพึ่งพาข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ และภายใต้การนำของเขา เฟดจะเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การพลิกโฉม

ET 23:30

ตลาดหุ้นอินเดียเปิดกระชับขึ้น หลังทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ตลาดหุ้นอินเดียเปิดปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่างอินเดียและสหรัฐอเมริกา ซึ่งลดภาษีนำเข้าสินค้าส่งออกหลักของอินเดีย โดยดัชนี BSE Sensex เพิ่มขึ้น 1.2% แตะที่ 78,450 จุด และดัชนี Nifty 50 ปรับตัวขึ้น 1.3% สู่ระดับ 23,620 จุด ในช่วงเช้าของการซื้อขาย
ข้อตกลงดังกล่าวสรุปผลในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ตกลงลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าอินเดียในหมวดเวชภัณฑ์ สิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออก นางนิรมาลา ซีตามารัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การค้าทวิภาคีที่สมดุล ขณะที่นักวิเคราะห์จาก ICICI Securities ประเมินว่า ข้อตกลงนี้อาจช่วยหนุนการเติบโตของ GDP อินเดียในปีงบประมาณ 2027 ได้ 0.40.6 จุดเปอร์เซ็นต์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ตลาดหุ้นอินเดียเปิดปรับตัวสูงขึ้น ได้แรงหนุนจากข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่างอินเดียและสหรัฐอเมริกา ซึ่งลดภาษีนำเข้าสินค้าส่งออกหลักของอินเดีย โดยดัชนี BSE Sensex เพิ่มขึ้น 1.2% แตะที่ 78,450 จุด และดัชนี Nifty 50 ปรับตัวขึ้น 1.3% สู่ระดับ 23,620 จุด ในช่วงเช้าของการซื้อขาย

ข้อตกลงดังกล่าวสรุปผลในคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ตกลงลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้าอินเดียในหมวดเวชภัณฑ์ สิ่งทอ และอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มรายได้จากการส่งออก นางนิรมาลา ซีตามารัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การค้าทวิภาคีที่สมดุล ขณะที่นักวิเคราะห์จาก ICICI Securities ประเมินว่า ข้อตกลงนี้อาจช่วยหนุนการเติบโตของ GDP อินเดียในปีงบประมาณ 2027 ได้ 0.40.6 จุดเปอร์เซ็นต์

ET 23:10

สเปซเอ็กซ์ซื้อกิจการ xAI ในดีลประวัติศาสตร์มูลค่า 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมเดินหน้า IPO

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ได้ปิดดีลซื้อกิจการ xAI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของอีลอน มัสก์ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมูลค่ารวมของบริษัทหลังควบกิจการอยู่ที่ประมาณ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้ถือหุ้น xAI สามารถเลือกแลกหุ้นแต่ละหุ้นเป็นหุ้นสเปซเอ็กซ์ 0.1433 หุ้น หรือเงินสด 75.46 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำหนดราคาหุ้นโดยนัยของบริษัทใหม่ไว้ที่ 527 ดอลลาร์
ดีลดังกล่าวประเมินมูลค่าสเปซเอ็กซ์ไว้ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และ xAI ที่ 250,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกินกว่าดีลเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตรของโวดาโฟนต่อมันเนสแมนในปี 2000 ที่มีมูลค่า 203,000 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นดีลควบกิจการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การควบรวมครั้งนี้ช่วยรวมวิสัยทัศน์ด้านอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ของมัสก์ไว้ภายใต้โครงสร้างองค์กรเดียวกัน ก่อนแผนนำสเปซเอ็กซ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ช่วงปลายปี 2026 ซึ่งอาจผลักดันมูลค่าบริษัทแตะระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า สเปซเอ็กซ์ (SpaceX) ได้ปิดดีลซื้อกิจการ xAI สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ของอีลอน มัสก์ เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมูลค่ารวมของบริษัทหลังควบกิจการอยู่ที่ประมาณ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้ถือหุ้น xAI สามารถเลือกแลกหุ้นแต่ละหุ้นเป็นหุ้นสเปซเอ็กซ์ 0.1433 หุ้น หรือเงินสด 75.46 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกำหนดราคาหุ้นโดยนัยของบริษัทใหม่ไว้ที่ 527 ดอลลาร์

ดีลดังกล่าวประเมินมูลค่าสเปซเอ็กซ์ไว้ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์ และ xAI ที่ 250,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกินกว่าดีลเข้าซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตรของโวดาโฟนต่อมันเนสแมนในปี 2000 ที่มีมูลค่า 203,000 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นดีลควบกิจการใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ การควบรวมครั้งนี้ช่วยรวมวิสัยทัศน์ด้านอวกาศและปัญญาประดิษฐ์ของมัสก์ไว้ภายใต้โครงสร้างองค์กรเดียวกัน ก่อนแผนนำสเปซเอ็กซ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ช่วงปลายปี 2026 ซึ่งอาจผลักดันมูลค่าบริษัทแตะระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์

ET 23:04
IMP5.0
SNT+0.6
CONF100%
M&A

ไทเลอร์ เทคโนโลยีส์ เข้าซื้อกิจการฟอร์ เดอะ เรคคอร์ด ในมูลค่า 258 ล้านดอลลาร์

บริษัทไทเลอร์ เทคโนโลยีส์ (NYSE: TYL) ประกาศเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ว่าจะเข้าซื้อกิจการฟอร์ เดอะ เรคคอร์ด (For The Record) ในมูลค่ากิจการ 258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมศักยภาพโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับศาล โดยผนวกระบบห้องพิจารณาคดีดิจิทัลของฟอร์ เดอะ เรคคอร์ดเข้ากับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท
ฟอร์ เดอะ เรคคอร์ดให้บริการระบบบันทึกเสียงและวิดีโอแบบคลาวด์ ซึ่งใช้ในกระบวนการพิจารณาคดีทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ไทเลอร์คาดว่าดีลนี้จะเพิ่มกำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (non-GAAP EPS) ภายในปีแรกหลังปิดดีล โดยการทำธุรกรรมอยู่ภายใต้เงื่อนไขปิดดีลตามปกติ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

บริษัทไทเลอร์ เทคโนโลยีส์ (NYSE: TYL) ประกาศเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ว่าจะเข้าซื้อกิจการฟอร์ เดอะ เรคคอร์ด (For The Record) ในมูลค่ากิจการ 258 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเสริมศักยภาพโซลูชันเทคโนโลยีสำหรับศาล โดยผนวกระบบห้องพิจารณาคดีดิจิทัลของฟอร์ เดอะ เรคคอร์ดเข้ากับพอร์ตโฟลิโอของบริษัท

ฟอร์ เดอะ เรคคอร์ดให้บริการระบบบันทึกเสียงและวิดีโอแบบคลาวด์ ซึ่งใช้ในกระบวนการพิจารณาคดีทั้งในสหรัฐอเมริกาและต่างประเทศ ไทเลอร์คาดว่าดีลนี้จะเพิ่มกำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (non-GAAP EPS) ภายในปีแรกหลังปิดดีล โดยการทำธุรกรรมอยู่ภายใต้เงื่อนไขปิดดีลตามปกติ และคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2026

ET 22:21

ตลาดการเงินทั่วโลกแสดงความกังขาต่อการเสนอชื่อวอลเลอร์ของทรัมป์เป็นประธานเฟด

ตลาดการเงินทั่วโลกส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการเสนอชื่อคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ โดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดหุ้น พันธบัตร และโลหะมีค่าต่างปรับตัวลดลง นักลงทุนกำลังปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยใหม่ โดยมองว่าภายใต้การนำของวอลเลอร์ อัตราดอกเบี้ยอาจยังคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงฤดูร้อนปี 2026 ซึ่งสวนทางกับท่าทีของทำเนียบขาวที่ต้องการนโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น
ราคาทองคำร่วงลงแรงที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 ลดลง 13% จากจุดสูงสุดปลายเดือนมกราคม ขณะที่ราคาเงินร่วงเกือบ 30% การเทขายสินค้าโภคภัณฑ์ ร่วมกับภาวะอ่อนแอของบิตคอยน์และตลาดหุ้นสหรัฐ สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อสภาวะดอกเบี้ยสูงที่อาจยืดยาว ดัชนี S&P 500 เผชิญแรงกดดันอีกระลอก แม้จะบวกขึ้น 1.37% ในเดือนมกราคม แต่ในวันเดียวกันดัชนีร่วงกว่า 40 จุด นักวิเคราะห์ระบุว่า วอลเลอร์ยังถือเป็นนักการเงินสายหลัก แต่แนวโน้มเชิงเหยี่ยวของเขาอาจเลื่อนเวลาการลดดอกเบี้ยที่เคยหนุนตลาดหุ้นออกไป ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวอีกครั้ง และความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ที่อาจทำให้พรรคเดโมแครตครองสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้แนวโน้มมาตรการกระตุ้นการคลังและความเชื่อมั่นตลาดยิ่งคลุมเครือมากขึ้น

ตลาดการเงินทั่วโลกส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับการเสนอชื่อคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ โดยอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยตลาดหุ้น พันธบัตร และโลหะมีค่าต่างปรับตัวลดลง นักลงทุนกำลังปรับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยใหม่ โดยมองว่าภายใต้การนำของวอลเลอร์ อัตราดอกเบี้ยอาจยังคงอยู่ในระดับสูงไปจนถึงฤดูร้อนปี 2026 ซึ่งสวนทางกับท่าทีของทำเนียบขาวที่ต้องการนโยบายการเงินผ่อนคลายมากขึ้น

ราคาทองคำร่วงลงแรงที่สุดในวันเดียว นับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2008 ลดลง 13% จากจุดสูงสุดปลายเดือนมกราคม ขณะที่ราคาเงินร่วงเกือบ 30% การเทขายสินค้าโภคภัณฑ์ ร่วมกับภาวะอ่อนแอของบิตคอยน์และตลาดหุ้นสหรัฐ สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อสภาวะดอกเบี้ยสูงที่อาจยืดยาว ดัชนี S&P 500 เผชิญแรงกดดันอีกระลอก แม้จะบวกขึ้น 1.37% ในเดือนมกราคม แต่ในวันเดียวกันดัชนีร่วงกว่า 40 จุด นักวิเคราะห์ระบุว่า วอลเลอร์ยังถือเป็นนักการเงินสายหลัก แต่แนวโน้มเชิงเหยี่ยวของเขาอาจเลื่อนเวลาการลดดอกเบี้ยที่เคยหนุนตลาดหุ้นออกไป ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวอีกครั้ง และความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ที่อาจทำให้พรรคเดโมแครตครองสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้แนวโน้มมาตรการกระตุ้นการคลังและความเชื่อมั่นตลาดยิ่งคลุมเครือมากขึ้น