FEB 03, 2026盘前交易 04:00 - 09:30
ET 08:21
IMP7.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

บรอดริจ ฟินันเชียล โซลูชั่นส์ ไตรมาสที่ 2 กำไรพุ่ง 15% ถึง 320 ล้านดอลลาร์ ทะลุคาดการณ์นักวิเคราะห์ - BRDS

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 Broadridge Financial Solutions Inc. (BRDS) รายงานกำไรไตรมาสที่ 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 15% ถึง 320 ล้านดอลลาร์ มากกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 285 ล้านดอลลาร์ บริษัท ได้รับแรงหนุนจากความเจริญเติบโตในส่วนบริการปรึกษาและเทคโนโลยี ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 12% ถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์
ณ วันที่ตีพิมพ์ บรอดริจ ฟินันเชียล โซลูชั่นส์ ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในผลการดำเนินงานทางการเงิน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น รายได้ต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้นจาก 1.75 ดอลลาร์ในปีที่ผ่านมาเป็น 2.00 ดอลลาร์ ซีอีโอ Jim Ryan กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 คือการยืนยันว่าเราเน้นการพัฒนาด้านนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ลูกค้าต้องการ” หุ้นปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 10% ถึง 0.55 ดอลลาร์ ยืนยันการมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้น

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 Broadridge Financial Solutions Inc. (BRDS) รายงานกำไรไตรมาสที่ 2 ปี 2026 เพิ่มขึ้น 15% ถึง 320 ล้านดอลลาร์ มากกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 285 ล้านดอลลาร์ บริษัท ได้รับแรงหนุนจากความเจริญเติบโตในส่วนบริการปรึกษาและเทคโนโลยี ทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 12% ถึง 1.2 พันล้านดอลลาร์

ณ วันที่ตีพิมพ์ บรอดริจ ฟินันเชียล โซลูชั่นส์ ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนในผลการดำเนินงานทางการเงิน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น รายได้ต่อหุ้น (EPS) เพิ่มขึ้นจาก 1.75 ดอลลาร์ในปีที่ผ่านมาเป็น 2.00 ดอลลาร์ ซีอีโอ Jim Ryan กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาสที่ 2 คือการยืนยันว่าเราเน้นการพัฒนาด้านนวัตกรรมและโซลูชั่นที่ลูกค้าต้องการ” หุ้นปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 10% ถึง 0.55 ดอลลาร์ ยืนยันการมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับผู้ถือหุ้น

ET 08:15

พิซาร์ ผ่านเป้าหมาย Q4 รายได้ แต่ตั้งมั่น 2026 ด้วยความระมัดระวัง ผลิตภัณฑ์ COVID-19 ลดลง

บริษัทพิซาร์ (PFE-US) ผู้ผลิตยาชั้นนำของสหรัฐฯ ผ่านเป้าหมายรายได้ Q4 2025 ที่ตลาดคาดการณ์ ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ รายได้ Q4 17.56 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าความคาดหวัง 16.95 พันล้านดอลลาร์ ปริมาณต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว 0.66 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่บริษัทตั้งมั่นในความระมัดระวังสำหรับปี 2026 ด้วยความท้าทายจากสิทธิบัตรหมดอายุและแรงกดดันด้านการกำหนดราคา
ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ที่แข็งแกร่ง ได้แก่ Eliquis, Prevnar, Vyndaqel ขายได้ 2 พันล้าน, 1.7 พันล้าน, ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ผลิตภัณฑ์ COVID-19 ลดลงเหลือ 2.3 พันล้าน ลดลง 30% ต่อปี และ Paxlovid ลดลงเหลือ 218 ล้าน ลดลง 67% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ บริษัทคาดว่าผลิตภัณฑ์ COVID-19 จะลดลงอีก 1.5 พันล้านใน 2026 ด้วยการสิทธิบัตรหมดอายุและแข่งขันเพิ่มขึ้น ความกดดันด้านการกำหนดราคาและผลกระทบต่อการเจรจาสัญญาประกันทางการแพทย์ในอนาคตจะกดดันผลกำไรมากยิ่งขึ้น
ความหวังของพิซาร์อยู่ในกลยุทธ์การพัฒนาและซื้อขายใหม่ ที่เฉพาะเจาะจงในยาลดน้ำหนัก ข้อมูลช่วงแรกของ Metsera ลดน้ำหนัก 12.3% ใน 28 สัปดาห์ ตลาดตอบสนองอย่างระมัดระวังเนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิภาพเทียบเคียงที่จำกัด บริษัทวางแผนที่จะเริ่มการทดลองทางคลินิกช่วงสุดท้ายประมาณ 20 รายการใน 2026 ที่มุ่งเน้นในการรักษาโรคอ้วนสำหรับการอนุมัติใน 2028 บริษัทยังวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่าย 7.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 เพื่อจัดการกับแรงกดดันจากการยุติการผลิต COVID-19

บริษัทพิซาร์ (PFE-US) ผู้ผลิตยาชั้นนำของสหรัฐฯ ผ่านเป้าหมายรายได้ Q4 2025 ที่ตลาดคาดการณ์ ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ รายได้ Q4 17.56 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าความคาดหวัง 16.95 พันล้านดอลลาร์ ปริมาณต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว 0.66 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ แต่บริษัทตั้งมั่นในความระมัดระวังสำหรับปี 2026 ด้วยความท้าทายจากสิทธิบัตรหมดอายุและแรงกดดันด้านการกำหนดราคา

ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ที่แข็งแกร่ง ได้แก่ Eliquis, Prevnar, Vyndaqel ขายได้ 2 พันล้าน, 1.7 พันล้าน, ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ผลิตภัณฑ์ COVID-19 ลดลงเหลือ 2.3 พันล้าน ลดลง 30% ต่อปี และ Paxlovid ลดลงเหลือ 218 ล้าน ลดลง 67% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ บริษัทคาดว่าผลิตภัณฑ์ COVID-19 จะลดลงอีก 1.5 พันล้านใน 2026 ด้วยการสิทธิบัตรหมดอายุและแข่งขันเพิ่มขึ้น ความกดดันด้านการกำหนดราคาและผลกระทบต่อการเจรจาสัญญาประกันทางการแพทย์ในอนาคตจะกดดันผลกำไรมากยิ่งขึ้น

ความหวังของพิซาร์อยู่ในกลยุทธ์การพัฒนาและซื้อขายใหม่ ที่เฉพาะเจาะจงในยาลดน้ำหนัก ข้อมูลช่วงแรกของ Metsera ลดน้ำหนัก 12.3% ใน 28 สัปดาห์ ตลาดตอบสนองอย่างระมัดระวังเนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิภาพเทียบเคียงที่จำกัด บริษัทวางแผนที่จะเริ่มการทดลองทางคลินิกช่วงสุดท้ายประมาณ 20 รายการใน 2026 ที่มุ่งเน้นในการรักษาโรคอ้วนสำหรับการอนุมัติใน 2028 บริษัทยังวางแผนที่จะลดค่าใช้จ่าย 7.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2027 เพื่อจัดการกับแรงกดดันจากการยุติการผลิต COVID-19

ET 08:11

MSGE: ไตรมาส 2 กำไรต่ำกว่าคาด รายได้พุ่ง 459.9 ล้านดอลลาร์

ในไตรมาส 2 ของปี 2023 Madison Square Garden Entertainment Corp. (MSGE) ประกาศกำไรสุทธิ 92.7 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าความคาดหวังของนักวิเคราะห์ที่ 2.35 ดอลลาร์ต่อหุ้น แต่ได้รับ 1.94 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้ 459.9 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่คาดการณ์ 1.1% ทั้งนี้ ผลการเงินของบริษัทสะท้อนถึงความสำเร็จในธุรกิจการจัดงานสด แม้จะมีกำไรต่ำกว่าที่คาด รายได้ที่พุ่งขึ้นแสดงถึงความยืดหยุ่นของธุรกิจหลัก
นักวิเคราะห์ปรับการคาดการณ์ใหม่ ให้ความสนใจว่า MSGE จะสามารถรักษาความเร็วในการเติบโตทางการเงินได้อย่างไรในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น

ในไตรมาส 2 ของปี 2023 Madison Square Garden Entertainment Corp. (MSGE) ประกาศกำไรสุทธิ 92.7 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าความคาดหวังของนักวิเคราะห์ที่ 2.35 ดอลลาร์ต่อหุ้น แต่ได้รับ 1.94 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้ 459.9 ล้านดอลลาร์ มากกว่าที่คาดการณ์ 1.1% ทั้งนี้ ผลการเงินของบริษัทสะท้อนถึงความสำเร็จในธุรกิจการจัดงานสด แม้จะมีกำไรต่ำกว่าที่คาด รายได้ที่พุ่งขึ้นแสดงถึงความยืดหยุ่นของธุรกิจหลัก

นักวิเคราะห์ปรับการคาดการณ์ใหม่ ให้ความสนใจว่า MSGE จะสามารถรักษาความเร็วในการเติบโตทางการเงินได้อย่างไรในตลาดที่มีการแข่งขันสูงขึ้น

ET 08:11
IMP7.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

บริษัท Merck (NYSE:MRK) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ที่เกินความคาดการณ์ รายได้และEPS ที่สูงกว่าที่คาดไว้

บริษัท Merck (NYSE:MRK) ประกาศรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2025 ที่เกินความคาดการณ์ รายได้รวม 1.64 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 5% ปีต่อปี รายได้ต่อหุ้น (EPS) ไม่รวมผลการดำเนินงานตามที่บัญชี (non-GAAP) 2.04 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 1.5% ไม่ว่าจะมีการพลาดเป้าหมายรายได้ประจำปีและEPS ที่คาดไว้หรือไม่ แต่ผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการเติบโตต่อไป
การประกาศรายได้ประจำปีของบริษัท 662.5 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 2% แต่รายได้ต่อหุ้นไม่รวมผลการดำเนินงานตามที่บัญชี 2.04 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 1.5% ความสำเร็จของไตรมาส 4 ที่ขับเคลื่อนโดยยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็งและโรคติดต่อ แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในตลาด ประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และกำไรของบริษัท ที่แสดงผ่านการเพิ่มขึ้น 6.2 จุดเปอร์เซ็นต์ในอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานใน 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมั่นใจในความเติบโตที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะมีการลดลงเล็กน้อยของหุ้นหลังจากผลการดำเนินงานหรือไม่ แต่ผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 แสดงให้เห็นถึงฐานการเงินที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการทำกำไรในอนาคต

บริษัท Merck (NYSE:MRK) ประกาศรายได้ในไตรมาส 4 ปี 2025 ที่เกินความคาดการณ์ รายได้รวม 1.64 หมื่นล้านดอลลาร์ โต 5% ปีต่อปี รายได้ต่อหุ้น (EPS) ไม่รวมผลการดำเนินงานตามที่บัญชี (non-GAAP) 2.04 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 1.5% ไม่ว่าจะมีการพลาดเป้าหมายรายได้ประจำปีและEPS ที่คาดไว้หรือไม่ แต่ผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความสามารถในการเติบโตต่อไป

การประกาศรายได้ประจำปีของบริษัท 662.5 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 2% แต่รายได้ต่อหุ้นไม่รวมผลการดำเนินงานตามที่บัญชี 2.04 ดอลลาร์ มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ 1.5% ความสำเร็จของไตรมาส 4 ที่ขับเคลื่อนโดยยาสำหรับการรักษาโรคมะเร็งและโรคติดต่อ แสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบในตลาด ประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และกำไรของบริษัท ที่แสดงผ่านการเพิ่มขึ้น 6.2 จุดเปอร์เซ็นต์ในอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานใน 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทมั่นใจในความเติบโตที่ยั่งยืน ไม่ว่าจะมีการลดลงเล็กน้อยของหุ้นหลังจากผลการดำเนินงานหรือไม่ แต่ผลการดำเนินงานของไตรมาส 4 แสดงให้เห็นถึงฐานการเงินที่แข็งแกร่งและมีศักยภาพในการทำกำไรในอนาคต

ET 08:11
IMP6.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

บริษัท Marzetti ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 กำไรพุ่ง รายได้เพิ่มขึ้น

วันที่ 2023 บริษัท Marzetti (MZTI) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 518 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 59.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ รายได้ต่อหุ้น (EPS) หลังปรับปรุงค่าใช้จ่ายไม่ซ้ำซ้อนอยู่ที่ 2.20 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่ผ่านมา
บริษัทเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ ทำให้การเงินแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในตลาด คาดว่าจะส่งผลให้รายได้ในไตรมาสต่อไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 2023 บริษัท Marzetti (MZTI) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 518 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 59.1 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ รายได้ต่อหุ้น (EPS) หลังปรับปรุงค่าใช้จ่ายไม่ซ้ำซ้อนอยู่ที่ 2.20 ดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่ผ่านมา

บริษัทเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ ทำให้การเงินแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในตลาด คาดว่าจะส่งผลให้รายได้ในไตรมาสต่อไปเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ET 08:11
IMP8.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

Hubbell ประกาศผลประกอบการ Q4 ที่เกินความคาดหวัง

Hubbell Inc. (HUBB) ประกาศผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่เกินความคาดหวังของนักวิเคราะห์ รายได้สุทธิ 224.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังจากการปรับปรุงตามที่มีการจัดเก็บรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งสูงกว่าความคาดหวังของนักวิเคราะห์ทั่วไปที่ 4.70 ดอลลาร์ต่อหุ้น 0.04 ดอลลาร์ รายได้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ ตรงตามความคาดหวังของตลาด สำหรับปีการเงินทั้งปี รายได้สุทธิของ Hubbell อยู่ที่ 887.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 16.54 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้รวม 5.84 พันล้านดอลลาร์ บริษัทตั้งเป้ารายได้ต่อหุ้นในปีการเงินทั้งปีที่ 19.15 ถึง 19.85 ดอลลาร์ แสดงความมั่นใจในเส้นทางการเติบโต ผลการทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในส่วนของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า
รายได้ในไตรมาสสุดท้ายอยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ ตรงตามความคาดหวังของตลาด สำหรับปีการเงินทั้งปี รายได้รวม 5.84 พันล้านดอลลาร์ รายได้สุทธิ 887.1 ล้านดอลลาร์

Hubbell Inc. (HUBB) ประกาศผลประกอบการไตรมาสสุดท้ายเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่เกินความคาดหวังของนักวิเคราะห์ รายได้สุทธิ 224.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 4.19 ดอลลาร์ต่อหุ้น หลังจากการปรับปรุงตามที่มีการจัดเก็บรายได้และค่าใช้จ่าย ซึ่งสูงกว่าความคาดหวังของนักวิเคราะห์ทั่วไปที่ 4.70 ดอลลาร์ต่อหุ้น 0.04 ดอลลาร์ รายได้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ ตรงตามความคาดหวังของตลาด สำหรับปีการเงินทั้งปี รายได้สุทธิของ Hubbell อยู่ที่ 887.1 ล้านดอลลาร์ หรือ 16.54 ดอลลาร์ต่อหุ้น รายได้รวม 5.84 พันล้านดอลลาร์ บริษัทตั้งเป้ารายได้ต่อหุ้นในปีการเงินทั้งปีที่ 19.15 ถึง 19.85 ดอลลาร์ แสดงความมั่นใจในเส้นทางการเติบโต ผลการทางการเงินที่แข็งแกร่งสะท้อนถึงความต้องการที่แข็งแกร่งในส่วนของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้า

รายได้ในไตรมาสสุดท้ายอยู่ที่ 1.49 พันล้านดอลลาร์ ตรงตามความคาดหวังของตลาด สำหรับปีการเงินทั้งปี รายได้รวม 5.84 พันล้านดอลลาร์ รายได้สุทธิ 887.1 ล้านดอลลาร์

ET 08:11
IMP6.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

บริษัท BellRing Brands (BRBR) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ที่เกินคาด รายได้ปีเต็มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัท BellRing Brands (BRBR) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ที่เกินความคาดการณ์ กำไรต่อหุ้นไม่รวมตามที่บัญชี (Non-GAAP) อยู่ที่ 0.37 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 16.7% จากราคาที่คาดการณ์ รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 24.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.9% จากราคาที่คาดการณ์
แม้ว่ารายได้ในไตรมาส 4 จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่การเติบโตของรายได้ที่ไม่รวมการซื้อขายที่มีอยู่ของบริษัทได้ผงาดเหนือความคาดการณ์ของตลาดอย่างมาก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 5.2% ใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการขายสินค้าและบริการไม่ได้ถึงตามที่คาดการณ์ไว้ และการให้คำแนะนำรายได้ทั้งปีถูกปรับลดเล็กน้อย หุ้นปิดอยู่ที่ 24.39 ดอลลาร์ หลังจากผลการรายงาน

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัท BellRing Brands (BRBR) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2025 ที่เกินความคาดการณ์ กำไรต่อหุ้นไม่รวมตามที่บัญชี (Non-GAAP) อยู่ที่ 0.37 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 16.7% จากราคาที่คาดการณ์ รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 24.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.9% จากราคาที่คาดการณ์

แม้ว่ารายได้ในไตรมาส 4 จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่การเติบโตของรายได้ที่ไม่รวมการซื้อขายที่มีอยู่ของบริษัทได้ผงาดเหนือความคาดการณ์ของตลาดอย่างมาก นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้น 5.2% ใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิจากการขายสินค้าและบริการไม่ได้ถึงตามที่คาดการณ์ไว้ และการให้คำแนะนำรายได้ทั้งปีถูกปรับลดเล็กน้อย หุ้นปิดอยู่ที่ 24.39 ดอลลาร์ หลังจากผลการรายงาน

ET 08:07
IMP8.0
SNT+1.0
CONF100%
Earnings

ตลาดหุ้น: Palantir ทำผลประกอบการเกินคาด หุ้นพุ่งสูง, PayPal และ PepsiCo หุ้นร่วง

Palantir Technologies Inc. (NYSE: PLTR) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ที่เกินความคาดการณ์ หุ้นพุ่งสูงในตลาดหลังการซื้อขาย รายได้เพิ่มขึ้น 20% เป็น 4.9 พันล้านดอลลาร์ ลด赤字เป็น 10 ล้านดอลลาร์ ลดลง 20% จากปีก่อนหน้า. PayPal Holdings Inc. (NASDAQ: PYPL) รายได้ลดลง 5% ที่ 75 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาด หุ้นร่วง 12%. PepsiCo Inc. (NASDAQ: PEP) หุ้นลดลง 3% ด้วยผลตอบแทนต่อหุ้นที่ต่ำกว่าที่คาด 2%.
การตอบสนองของตลาดแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในผลประกอบการทางการเงินของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี. หุ้นของ Palantir, PayPal และ PepsiCo ที่มีการเปลี่ยนแปลง สะท้อนถึงความไวต่อการรายงานผลประกอบการของตลาด.

Palantir Technologies Inc. (NYSE: PLTR) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ที่เกินความคาดการณ์ หุ้นพุ่งสูงในตลาดหลังการซื้อขาย รายได้เพิ่มขึ้น 20% เป็น 4.9 พันล้านดอลลาร์ ลด赤字เป็น 10 ล้านดอลลาร์ ลดลง 20% จากปีก่อนหน้า. PayPal Holdings Inc. (NASDAQ: PYPL) รายได้ลดลง 5% ที่ 75 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาด หุ้นร่วง 12%. PepsiCo Inc. (NASDAQ: PEP) หุ้นลดลง 3% ด้วยผลตอบแทนต่อหุ้นที่ต่ำกว่าที่คาด 2%.

การตอบสนองของตลาดแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในผลประกอบการทางการเงินของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี. หุ้นของ Palantir, PayPal และ PepsiCo ที่มีการเปลี่ยนแปลง สะท้อนถึงความไวต่อการรายงานผลประกอบการของตลาด.

ET 08:07
IMP8.0
SNT+0.5
CONF70%
Regulatory

ศาลฎีกาสูงสุดอินเดียตัดสิน: WhatsApp ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้เพื่อการสอดส่อง - สร้างผลกระทบต่อการจัดการความเป็นส่วนตัว

ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลฎีกาสูงสุดของอินเดียตัดสินว่า WhatsApp ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้โดยตรงก่อนการสอดส่องข้อมูลหรือการสอดส่องผู้ใช้ ซึ่งเป็นชัยชนะสำคัญในเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว ตัดสินตามความหมายของพระราชบัญญัติเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียและสิทธิความเป็นส่วนตัวที่เป็นสิทธิพื้นฐาน ความตัดสินใจนี้คาดว่าจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการจัดการความเป็นส่วนตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวด
ตลาดการเงินตอบรับอย่างระมัดระวัง ความตัดสินใจนี้อาจส่งเสริมความไว้วางใจของผู้บริโภคและโอกาสการลงทุนที่เน้นความเป็นส่วนตัว ความตัดสินใจนี้อาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดขึ้นและมีการกระทำทางกฎหมายที่คล้ายคลึงกันในประเทศอื่นๆ

ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2026 ศาลฎีกาสูงสุดของอินเดียตัดสินว่า WhatsApp ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้โดยตรงก่อนการสอดส่องข้อมูลหรือการสอดส่องผู้ใช้ ซึ่งเป็นชัยชนะสำคัญในเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัว ตัดสินตามความหมายของพระราชบัญญัติเทคโนโลยีสารสนเทศของอินเดียและสิทธิความเป็นส่วนตัวที่เป็นสิทธิพื้นฐาน ความตัดสินใจนี้คาดว่าจะมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อการจัดการความเป็นส่วนตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลที่เข้มงวด

ตลาดการเงินตอบรับอย่างระมัดระวัง ความตัดสินใจนี้อาจส่งเสริมความไว้วางใจของผู้บริโภคและโอกาสการลงทุนที่เน้นความเป็นส่วนตัว ความตัดสินใจนี้อาจนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดขึ้นและมีการกระทำทางกฎหมายที่คล้ายคลึงกันในประเทศอื่นๆ

ET 08:07
IMP9.0
SNT+1.0
CONF100%
M&A

มาร์ก ซิลิสกี้ ซีอีโอของ SpaceX นำการ IPO ที่ยิ่งใหญ่ ทำให้หุ้น TSLA ขึ้นสู่ระดับสูงสุด

วันที่ 2 มีนาคม 2026 บริษัท SpaceX ภายใต้การนำของซีอีโอ แมร์ก ซิลิสกี้ ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว IPO ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างมาก หุ้น TSLA (Tesla Inc.) ขึ้น 12% หลังจาก IPO สะท้อนความมั่นใจของนักลงทุนในโครงการของมาร์ก ซิลิสกี้ ราคา IPO ที่ 20 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งได้รับการจองซื้อเกิน 10 ครั้ง ระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์
เป็นเหตุการณ์สำคัญในวงการอวกาศและยานยนต์ IPO นี้เป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเอกชนในประวัติศาสตร์ SpaceX ที่รู้จักกันดีในด้านการพัฒนาการสำรวจอวกาศและอินเทอร์เน็ตดาวเทียม ตอนนี้กำลังมองหาการขยายธุรกิจและเงินทุนสำหรับโครงการในอนาคต ความสำเร็จของหุ้นถูกพิจารณาจากความสำเร็จล่าสุดของบริษัท รวมถึงการส่งสatelite Starlink ที่สำเร็จและพัฒนาการของยานพาหนะ Starship นักลงทุนแสดงความเชื่อมั่นในความเจริญเติบโตและความเป็นผู้นำในตลาดของ SpaceX

วันที่ 2 มีนาคม 2026 บริษัท SpaceX ภายใต้การนำของซีอีโอ แมร์ก ซิลิสกี้ ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว IPO ที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างมาก หุ้น TSLA (Tesla Inc.) ขึ้น 12% หลังจาก IPO สะท้อนความมั่นใจของนักลงทุนในโครงการของมาร์ก ซิลิสกี้ ราคา IPO ที่ 20 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งได้รับการจองซื้อเกิน 10 ครั้ง ระดมทุน 2 พันล้านดอลลาร์

เป็นเหตุการณ์สำคัญในวงการอวกาศและยานยนต์ IPO นี้เป็น IPO ที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทเอกชนในประวัติศาสตร์ SpaceX ที่รู้จักกันดีในด้านการพัฒนาการสำรวจอวกาศและอินเทอร์เน็ตดาวเทียม ตอนนี้กำลังมองหาการขยายธุรกิจและเงินทุนสำหรับโครงการในอนาคต ความสำเร็จของหุ้นถูกพิจารณาจากความสำเร็จล่าสุดของบริษัท รวมถึงการส่งสatelite Starlink ที่สำเร็จและพัฒนาการของยานพาหนะ Starship นักลงทุนแสดงความเชื่อมั่นในความเจริญเติบโตและความเป็นผู้นำในตลาดของ SpaceX

ET 07:51
IMP4.0
SNT-0.5
CONF80%
Earnings

บริษัท Merck (MRK-US) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2025 ท่ามกลางความกดดันทางการเงิน คาดการณ์รายได้และกำไรต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์

บริษัท Merck (MRK-US) ผู้ผลิตยาชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2025 วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากยา Keytruda ที่เป็นยาต้านมะเร็งและยาใหม่ที่ขายเกินคาด แต่บริษัทได้ประกาศมุมมองที่ระมัดระวังสำหรับปี 2026 โดยคาดว่ารายได้และกำไรต่อหุ้นจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สาเหตุหลักคือการขายยา Gardasil ในจีนที่อ่อนแอและสิทธิบัตรหมดอายุของยาเก่าหลายตัว
บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 2026 จะอยู่ระหว่าง 65,500 ถึง 67,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 67,600 ล้านดอลลาร์ของตลาด กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 5.15 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ คำแนะนำนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหุ้น Merck หลังจากตลาดปิดทำการ หุ้นลดลง 0.77% ถึง 112.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น

บริษัท Merck (MRK-US) ผู้ผลิตยาชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/2025 วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากยา Keytruda ที่เป็นยาต้านมะเร็งและยาใหม่ที่ขายเกินคาด แต่บริษัทได้ประกาศมุมมองที่ระมัดระวังสำหรับปี 2026 โดยคาดว่ารายได้และกำไรต่อหุ้นจะต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สาเหตุหลักคือการขายยา Gardasil ในจีนที่อ่อนแอและสิทธิบัตรหมดอายุของยาเก่าหลายตัว

บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 2026 จะอยู่ระหว่าง 65,500 ถึง 67,000 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าระดับเฉลี่ย 67,600 ล้านดอลลาร์ของตลาด กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วคาดว่าจะอยู่ระหว่าง 5 ถึง 5.15 ดอลลาร์ต่อหุ้น ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ คำแนะนำนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหุ้น Merck หลังจากตลาดปิดทำการ หุ้นลดลง 0.77% ถึง 112.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ET 04:25

บิตคอยน์ทรงตัวใกล้ระดับ 78,500 ดอลลาร์ ขณะข้อมูลออปชันชี้ว่าผู้ค้ายังคงระมัดระวัง

เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บิตคอยน์ทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 78,500 ดอลลาร์ หลังจากฟื้นตัวไม่แข็งแรงจากจุดต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 74,541 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ แม้ราคาจะพุ่งขึ้นชั่วคราวแตะ 79,100 ดอลลาร์ในช่วงเช้าตรู่ของตลาดเอเชีย แต่ก็ยังคงเผชิญแรงกดดันและไม่สามารถรักษาแรงบวกไว้ได้
ข้อมูลจาก Deribit แสดงให้เห็นว่าออปชันแบบพุต (put options) มีความหนาแน่นสูงที่สไตรก์ 75,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญ Sean McNulty จาก FalconX ระบุว่า หากปิดสัปดาห์ต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจทำให้ราคาร่วงลงสู่กรอบ 69,00070,000 ดอลลาร์ ขณะที่ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ยังคงอยู่ที่ระดับสูง 48.8% และอัตราดอกเบี้ยเงินทุน (funding rates) ของสัญญาเพอร์พีทวลยังติดลบ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 สะท้อนว่าผู้ขายสั้นกำลังควบคุมตลาด Jeff Anderson จาก STS Digital กล่าวว่า ‘ตลาดเคยขายสินทรัพย์เสี่ยงมากเกินไป’ และขณะนี้เริ่มมีเสถียรภาพชั่วคราวหลังการเทขายอย่างรุนแรง

เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 บิตคอยน์ทรงตัวอยู่ใกล้ระดับ 78,500 ดอลลาร์ หลังจากฟื้นตัวไม่แข็งแรงจากจุดต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 74,541 ดอลลาร์เมื่อวันจันทร์ แม้ราคาจะพุ่งขึ้นชั่วคราวแตะ 79,100 ดอลลาร์ในช่วงเช้าตรู่ของตลาดเอเชีย แต่ก็ยังคงเผชิญแรงกดดันและไม่สามารถรักษาแรงบวกไว้ได้

ข้อมูลจาก Deribit แสดงให้เห็นว่าออปชันแบบพุต (put options) มีความหนาแน่นสูงที่สไตรก์ 75,000 ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญ Sean McNulty จาก FalconX ระบุว่า หากปิดสัปดาห์ต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจทำให้ราคาร่วงลงสู่กรอบ 69,00070,000 ดอลลาร์ ขณะที่ความผันผวนโดยนัย (implied volatility) ยังคงอยู่ที่ระดับสูง 48.8% และอัตราดอกเบี้ยเงินทุน (funding rates) ของสัญญาเพอร์พีทวลยังติดลบ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 สะท้อนว่าผู้ขายสั้นกำลังควบคุมตลาด Jeff Anderson จาก STS Digital กล่าวว่า ‘ตลาดเคยขายสินทรัพย์เสี่ยงมากเกินไป’ และขณะนี้เริ่มมีเสถียรภาพชั่วคราวหลังการเทขายอย่างรุนแรง

ET 04:25
IMP6.0
SNT-0.3
CONF100%
Earnings

แมนฮัตตันแอสโซซิเอทส์ทำกำไรไตรมาส 4 เกินคาดจากความแข็งแกร่งของคลาวด์ นักวิเคราะห์จับตาการสร้างรายได้จาก AI และความเร็วในการย้ายระบบ

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 แมนฮัตตันแอสโซซิเอทส์ (MANH) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 เกินคาด โดยได้แรงหนุนจากรายได้จากบริการคลาวด์ที่เติบโตแข็งแกร่งและการฟื้นตัวของรายได้จากบริการ คุณอีริก คลาร์ก ซีอีโอ ระบุว่า มากกว่า 75% ของคำสั่งซื้อบริการคลาวด์ใหม่มาจากลูกค้ารายใหม่ทั้งหมด สะท้อนถึงการเร่งย้ายระบบขึ้นคลาวด์และการขยายฐานลูกค้าออกไปนอกภาคค้าปลีก
นักวิเคราะห์สอบถามเชิงลึกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะสามารถสร้างรายได้จากฟีเจอร์เอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ ความคืบหน้าในการเปลี่ยนลูกค้าเดิมที่ใช้ระบบภายในองค์กรมาเป็นผู้ใช้บริการคลาวด์แบบสมัครสมาชิก และผลกระทบจากการเพิ่มงบลงทุนด้านการขายและบริการต่ออัตรากำไร แม้แนวโน้มคลาวด์จะแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการนำระบบไปใช้งานดีขึ้น แต่ราคาหุ้นบริษัทยังร่วงลงจาก 169.73 ดอลลาร์ก่อนรายงานผลประกอบการเหลือ 150.57 ดอลลาร์ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมูลค่าในระยะสั้น

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 แมนฮัตตันแอสโซซิเอทส์ (MANH) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 เกินคาด โดยได้แรงหนุนจากรายได้จากบริการคลาวด์ที่เติบโตแข็งแกร่งและการฟื้นตัวของรายได้จากบริการ คุณอีริก คลาร์ก ซีอีโอ ระบุว่า มากกว่า 75% ของคำสั่งซื้อบริการคลาวด์ใหม่มาจากลูกค้ารายใหม่ทั้งหมด สะท้อนถึงการเร่งย้ายระบบขึ้นคลาวด์และการขยายฐานลูกค้าออกไปนอกภาคค้าปลีก

นักวิเคราะห์สอบถามเชิงลึกเกี่ยวกับช่วงเวลาที่จะสามารถสร้างรายได้จากฟีเจอร์เอเจนต์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ใหม่ ความคืบหน้าในการเปลี่ยนลูกค้าเดิมที่ใช้ระบบภายในองค์กรมาเป็นผู้ใช้บริการคลาวด์แบบสมัครสมาชิก และผลกระทบจากการเพิ่มงบลงทุนด้านการขายและบริการต่ออัตรากำไร แม้แนวโน้มคลาวด์จะแข็งแกร่งและประสิทธิภาพการนำระบบไปใช้งานดีขึ้น แต่ราคาหุ้นบริษัทยังร่วงลงจาก 169.73 ดอลลาร์ก่อนรายงานผลประกอบการเหลือ 150.57 ดอลลาร์ ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับมูลค่าในระยะสั้น

ET 04:25
IMP8.0
SNT-0.8
CONF100%
Earnings

หุ้น Commvault ร่วงกว่า 32% ทั้งที่รายได้ไตรมาส 4 เติบโตแข็งแกร่ง

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้น Commvault (CVLT) ปรับตัวลงเกือบ 32% มาอยู่ที่ 88.23 ดอลลาร์ แม้บริษัทจะรายงานจำนวนลูกค้าใหม่แบบสมัครสมาชิกเป็นสถิติสูงสุด และรายได้รวมเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 4 โดยสาเหตุหลักมาจากสัดส่วนข้อเสนอ SaaS ที่มีราคาต่ำกว่าเพิ่มขึ้น จนกระทบอัตราการเติบโตของรายได้ประจำปีที่เกิดซ้ำได้ (ARR)
นาย Sanjay Mirchandani ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าไตรมาสนี้เป็นช่วงที่บริษัทได้ลูกค้าซอฟต์แวร์ระยะยาวรายใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และผลิตภัณฑ์คลาวด์เนทีฟอย่าง Clumio ได้รับความนิยมอย่างมาก ขณะที่นาย Daniel Abrahamson ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ชี้ว่า วงจรการขายในองค์กรขนาดใหญ่ยืดยาวขึ้น และราคาขายเฉลี่ยลดลงจากการเปลี่ยนไปใช้โมเดล SaaS ส่งผลกดดัน ARR นักวิเคราะห์ตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการเติบโตจาก SaaS และผลกระทบต่ออัตรากำไร นักลงทุนจึงจะจับตาการยอมรับแพลตฟอร์ม Unity แนวโน้ม ARR จาก SaaS ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน และความคิดเห็นจากลูกค้าเกี่ยวกับการผสานระบบไฮบริดคลาวด์และโซลูชันป้องกันไซเบอร์ ก่อนหน้านี้ หุ้นเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 129.36 ดอลลาร์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้น Commvault (CVLT) ปรับตัวลงเกือบ 32% มาอยู่ที่ 88.23 ดอลลาร์ แม้บริษัทจะรายงานจำนวนลูกค้าใหม่แบบสมัครสมาชิกเป็นสถิติสูงสุด และรายได้รวมเติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 4 โดยสาเหตุหลักมาจากสัดส่วนข้อเสนอ SaaS ที่มีราคาต่ำกว่าเพิ่มขึ้น จนกระทบอัตราการเติบโตของรายได้ประจำปีที่เกิดซ้ำได้ (ARR)

นาย Sanjay Mirchandani ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าไตรมาสนี้เป็นช่วงที่บริษัทได้ลูกค้าซอฟต์แวร์ระยะยาวรายใหม่มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และผลิตภัณฑ์คลาวด์เนทีฟอย่าง Clumio ได้รับความนิยมอย่างมาก ขณะที่นาย Daniel Abrahamson ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ชี้ว่า วงจรการขายในองค์กรขนาดใหญ่ยืดยาวขึ้น และราคาขายเฉลี่ยลดลงจากการเปลี่ยนไปใช้โมเดล SaaS ส่งผลกดดัน ARR นักวิเคราะห์ตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการเติบโตจาก SaaS และผลกระทบต่ออัตรากำไร นักลงทุนจึงจะจับตาการยอมรับแพลตฟอร์ม Unity แนวโน้ม ARR จาก SaaS ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุน และความคิดเห็นจากลูกค้าเกี่ยวกับการผสานระบบไฮบริดคลาวด์และโซลูชันป้องกันไซเบอร์ ก่อนหน้านี้ หุ้นเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 129.36 ดอลลาร์

ET 04:25
IMP6.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

หุ้น Stride (LRN) พุ่ง 21% หลังรายงานผลประกอบการ นักวิเคราะห์จับตาความยั่งยืนของการเติบโต

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้น Stride Inc. (NYSE: LRN) ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 87.88 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับก่อนรายงานผลประกอบการที่ 72.43 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างมีวินัยในตลาดยาสามัญของสหรัฐฯ และการถอนตัวออกจากธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ ซีอีโอ Badri ระบุว่า การดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอและระดับการให้บริการที่แข็งแกร่งช่วยรักษาตำแหน่งพรีเมียมของบริษัทท่ามกลางการแข่งขัน
นักวิเคราะห์ซักถามฝ่ายบริหารในสามประเด็นหลัก ได้แก่ ความเร็วในการยื่นขออนุมัติผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาควบคุมและรูปแบบยาที่ซับซ้อน ความยั่งยืนของการเติบโตสองหลักในตลาดต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และความคืบหน้าด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานและการแปลงเป็นกระแสเงินสดอิสระ บริษัทรายงานว่ารายได้จากต่างประเทศผ่านเกณฑ์สำคัญแล้ว แม้ขนาดยังไม่เทียบเท่าตลาดในประเทศ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและแรงกดดันจากการแข่งขันถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อกลยุทธ์ระยะยาวของ Stride

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้น Stride Inc. (NYSE: LRN) ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 87.88 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับก่อนรายงานผลประกอบการที่ 72.43 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างมีวินัยในตลาดยาสามัญของสหรัฐฯ และการถอนตัวออกจากธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ ซีอีโอ Badri ระบุว่า การดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอและระดับการให้บริการที่แข็งแกร่งช่วยรักษาตำแหน่งพรีเมียมของบริษัทท่ามกลางการแข่งขัน

นักวิเคราะห์ซักถามฝ่ายบริหารในสามประเด็นหลัก ได้แก่ ความเร็วในการยื่นขออนุมัติผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยาควบคุมและรูปแบบยาที่ซับซ้อน ความยั่งยืนของการเติบโตสองหลักในตลาดต่างประเทศที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และความคืบหน้าด้านประสิทธิภาพการดำเนินงานและการแปลงเป็นกระแสเงินสดอิสระ บริษัทรายงานว่ารายได้จากต่างประเทศผ่านเกณฑ์สำคัญแล้ว แม้ขนาดยังไม่เทียบเท่าตลาดในประเทศ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและแรงกดดันจากการแข่งขันถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อกลยุทธ์ระยะยาวของ Stride

ET 04:25
IMP6.0
SNT+0.8
CONF100%
Earnings

ยูเอ็มบี ไฟแนนเชียล ทำกำไรไตรมาส 4/25 เกินคาด หนุนจากสินเชื่อโตและผสานงานกับเฮิร์ทแลนด์ได้ดี

บริษัท UMB Financial Corp. (UMBF) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2025 รายได้และกำไรปรับฐานเกินความคาดหมายของวอลล์สตรีท โดยได้แรงหนุนจากสินเชื่อเชิงพาณิชย์ที่เติบโตแข็งแกร่ง การผสานกิจการกับ Heartland Financial อย่างประสบความสำเร็จ และโมเมนตัมจากธุรกิจให้บริการคิดค่าธรรมเนียม เช่น กองทรัสต์และการประมวลผลหลักทรัพย์ แม้ผลประกอบการจะดีกว่าคาด แต่หุ้นปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 124.86 ดอลลาร์ เป็น 128.05 ดอลลาร์ หลังประกาศผลประกอบการเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026
นาย Mariner Kemper ซีอีโอ ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการขยายขนาดธุรกิจ การเติบโตของงบดุลที่สร้างกำไร และคุณภาพสินทรัพย์ที่คงเส้นคงวา นักวิเคราะห์จับตาดูว่าการผสานกิจการกับเฮิร์ทแลนด์จะสร้างรายได้สินเชื่อและค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือไม่ แนวโน้มสินเชื่อเชิงพาณิชย์ที่ดีกว่าคู่แข่งจะยั่งยืนหรือไม่ และวินัยด้านค่าใช้จ่ายจะยังคงรัดกุมหรือไม่เมื่อประโยชน์ด้านต้นทุนจากการควบรวมเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ การขยายตัวต่อเนื่องของบริการคิดค่าธรรมเนียมและตัวชี้วัดคุณภาพสินเชื่อที่มั่นคงยังคงเป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมินผลการดำเนินงาน

บริษัท UMB Financial Corp. (UMBF) รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ปี 2025 รายได้และกำไรปรับฐานเกินความคาดหมายของวอลล์สตรีท โดยได้แรงหนุนจากสินเชื่อเชิงพาณิชย์ที่เติบโตแข็งแกร่ง การผสานกิจการกับ Heartland Financial อย่างประสบความสำเร็จ และโมเมนตัมจากธุรกิจให้บริการคิดค่าธรรมเนียม เช่น กองทรัสต์และการประมวลผลหลักทรัพย์ แม้ผลประกอบการจะดีกว่าคาด แต่หุ้นปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 124.86 ดอลลาร์ เป็น 128.05 ดอลลาร์ หลังประกาศผลประกอบการเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026

นาย Mariner Kemper ซีอีโอ ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการขยายขนาดธุรกิจ การเติบโตของงบดุลที่สร้างกำไร และคุณภาพสินทรัพย์ที่คงเส้นคงวา นักวิเคราะห์จับตาดูว่าการผสานกิจการกับเฮิร์ทแลนด์จะสร้างรายได้สินเชื่อและค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือไม่ แนวโน้มสินเชื่อเชิงพาณิชย์ที่ดีกว่าคู่แข่งจะยั่งยืนหรือไม่ และวินัยด้านค่าใช้จ่ายจะยังคงรัดกุมหรือไม่เมื่อประโยชน์ด้านต้นทุนจากการควบรวมเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ การขยายตัวต่อเนื่องของบริการคิดค่าธรรมเนียมและตัวชี้วัดคุณภาพสินเชื่อที่มั่นคงยังคงเป็นเกณฑ์สำคัญในการประเมินผลการดำเนินงาน

ET 04:25
IMP5.0
SNT-0.7
CONF100%
Earnings

หุ้นเวสแบงโกดิ่งกว่า 3.5% หลังกำไรต่อหุ้นไตรมาส 4 ไม่ถึงเป้า นักวิเคราะห์จับตาการลดพอร์ต CRE และกลยุทธ์เติบโต

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้นของเวสแบงโก (WSBC) ร่วงลงมากกว่า 3.5% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ซึ่งรายได้ตรงกับคาด แต่กำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (non-GAAP EPS) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ฝ่ายบริหารชี้ว่า แม้เผชิญกับการชำระคืนก่อนกำหนดของสินเชื่อเชิงพาณิชย์ (CRE) ที่สูง แต่บริษัทสามารถผสานกิจการพรีเมียร์ไฟแนนเชียลได้สำเร็จ ขยายสินเชื่อด้วยเงินฝากที่แข็งแกร่ง และควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด
นายแดเนียล ไวส์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากงบดุลที่ขยายตัวและต้นทุนจากการเข้าซื้อกิจการ ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงการขยายตัวของสเปรดดอกเบี้ยและประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนเงินทุน นักวิเคราะห์สอบถามเชิงลึกถึงความยั่งยืนของการเติบโตสินเชื่อแบบออร์แกนิกท่ามกลางการลดพอร์ต CRE การบรรลุเป้าหมายประหยัดต้นทุนจากปิดสาขา และความคืบหน้าในการขยายตลาดใหม่ เช่น สินเชื่อภาคสุขภาพและการขยายตัวสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ณ วันรายงาน หุ้นซื้อขายที่ราคา 36.15 ดอลลาร์

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้นของเวสแบงโก (WSBC) ร่วงลงมากกว่า 3.5% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ซึ่งรายได้ตรงกับคาด แต่กำไรต่อหุ้นแบบไม่รวมรายการพิเศษ (non-GAAP EPS) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ฝ่ายบริหารชี้ว่า แม้เผชิญกับการชำระคืนก่อนกำหนดของสินเชื่อเชิงพาณิชย์ (CRE) ที่สูง แต่บริษัทสามารถผสานกิจการพรีเมียร์ไฟแนนเชียลได้สำเร็จ ขยายสินเชื่อด้วยเงินฝากที่แข็งแกร่ง และควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด

นายแดเนียล ไวส์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเนื่องจากงบดุลที่ขยายตัวและต้นทุนจากการเข้าซื้อกิจการ ขณะเดียวกันก็เน้นย้ำถึงการขยายตัวของสเปรดดอกเบี้ยและประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนเงินทุน นักวิเคราะห์สอบถามเชิงลึกถึงความยั่งยืนของการเติบโตสินเชื่อแบบออร์แกนิกท่ามกลางการลดพอร์ต CRE การบรรลุเป้าหมายประหยัดต้นทุนจากปิดสาขา และความคืบหน้าในการขยายตลาดใหม่ เช่น สินเชื่อภาคสุขภาพและการขยายตัวสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ณ วันรายงาน หุ้นซื้อขายที่ราคา 36.15 ดอลลาร์

ET 04:15
IMP6.0
SNT-0.7
CONF85%
Operational

ความร่วมมือระหว่าง OpenAI กับ NVIDIA ตึงเครียด ขณะอุตสาหกรรม AI เปลี่ยนโฟกัสสู่การประมวลผลแบบ Inference

ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่าง OpenAI กับ NVIDIA (NVDA-US) เริ่มตึงเครียด ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของปัญญาประดิษฐ์จากระยะฝึกโมเดลสู่การประมวลผลแบบ inference ซึ่งให้ความสำคัญกับความเร็วและประสิทธิภาพเป็นหลัก แม้ NVIDIA จะครองตลาดฝึกโมเดลด้วย GPU แต่สถาปัตยกรรมที่พึ่งพาหน่วยความจำภายนอกกลับกลายเป็นคอขวดในการประมวลผล inference ความเร็วสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์ Codex ของ OpenAI ที่ไวต่อความหน่วงเวลา
ขณะนี้ OpenAI กำลังประเมินชิปทางเลือกจาก Cerebras และ AMD เพื่อนำงาน inference ราว 10% มาดำเนินการภายใน ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้แผนการลงทุนของ NVIDIA ใน OpenAI ต้องหยุดชะงัก โดยการเจรจาค้างเติ่งมานานหลายเดือนเนื่องจากความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนไป NVIDIA ตอบโต้ด้วยการเซ็นสัญญาอนุญาตใช้งานแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Groq สตาร์ทอัพรายใหม่ด้าน inference ซึ่งขวางไม่ให้ OpenAI จับมือกับ Groq ได้ แม้ซีอีโอทั้งสองฝ่าย—เจนเสิน หวง และแซม อัลท์แมน—จะยืนยันต่อสาธารณะถึงความร่วมมือที่ยังคงแน่นแฟ้น แต่ความตึงเครียดเบื้องลึกสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในสนามโครงสร้างพื้นฐาน AI

ความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์ระหว่าง OpenAI กับ NVIDIA (NVDA-US) เริ่มตึงเครียด ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของปัญญาประดิษฐ์จากระยะฝึกโมเดลสู่การประมวลผลแบบ inference ซึ่งให้ความสำคัญกับความเร็วและประสิทธิภาพเป็นหลัก แม้ NVIDIA จะครองตลาดฝึกโมเดลด้วย GPU แต่สถาปัตยกรรมที่พึ่งพาหน่วยความจำภายนอกกลับกลายเป็นคอขวดในการประมวลผล inference ความเร็วสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์ Codex ของ OpenAI ที่ไวต่อความหน่วงเวลา

ขณะนี้ OpenAI กำลังประเมินชิปทางเลือกจาก Cerebras และ AMD เพื่อนำงาน inference ราว 10% มาดำเนินการภายใน ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้แผนการลงทุนของ NVIDIA ใน OpenAI ต้องหยุดชะงัก โดยการเจรจาค้างเติ่งมานานหลายเดือนเนื่องจากความต้องการด้านฮาร์ดแวร์ที่เปลี่ยนไป NVIDIA ตอบโต้ด้วยการเซ็นสัญญาอนุญาตใช้งานแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Groq สตาร์ทอัพรายใหม่ด้าน inference ซึ่งขวางไม่ให้ OpenAI จับมือกับ Groq ได้ แม้ซีอีโอทั้งสองฝ่าย—เจนเสิน หวง และแซม อัลท์แมน—จะยืนยันต่อสาธารณะถึงความร่วมมือที่ยังคงแน่นแฟ้น แต่ความตึงเครียดเบื้องลึกสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในสนามโครงสร้างพื้นฐาน AI

ET 04:14
IMP6.0
SNT-0.7
CONF95%
Operational

บิตคอยน์ร่วงต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย MicroStrategy เผชิญแรงกดดันกลยุทธ์ลงทุน

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาบิตคอยน์ปรับตัวหลุดระดับต้นทุนเฉลี่ยการซื้อของ MicroStrategy (MSTR-US) ที่ 76,052 ดอลลาร์สหรัฐ ชั่วคราว ส่งผลให้กลยุทธ์ “แลกหุ้นเป็นบิตคอยน์” ถูกตั้งคำถาม บริษัทถือครองบิตคอยน์มากกว่า 713,000 BTC มูลค่าประมาณ 53.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าการลงทุนสะสมอยู่ที่ 54.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดขาดทุนทางบัญชี
แม้ราคาจะร่วง แต่ฐานะการเงินของบริษัทยังมั่นคง โดยไม่มีความเสี่ยงเรียกเงินเพิ่ม (margin call) หรือจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ เนื่องจากมีเงินสดสำรอง 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการระดมทุนผ่านหุ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หลัก—การออกหุ้นใหม่เมื่อราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าบิตคอยน์ต่อหุ้นในบัญชี—เริ่มอ่อนแอลง เพราะราคาหุ้นร่วงลงราว 70% จากจุดสูงสุด จนสูญเสียพรีเมียมที่จำเป็นในการระดมทุนซื้อบิตคอยน์เพิ่มโดยไม่ทำให้หุ้นเจือจางมากเกินไป ระหว่างวันที่ 26 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ บริษัทซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 75.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ MSTR เทียบเท่ากับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครองเกือบเท่าตัว ความผันผวนของบิตคอยน์จึงส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อการเดิมพันความเสี่ยงสูงของ CEO Michael Saylor นักวิเคราะห์เตือนว่า หากบิตคอยน์ไม่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หรือความต้องการหุ้นไม่กลับมา โมเดลดังกล่าวอาจไม่สามารถดำเนินต่อได้

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2026 ราคาบิตคอยน์ปรับตัวหลุดระดับต้นทุนเฉลี่ยการซื้อของ MicroStrategy (MSTR-US) ที่ 76,052 ดอลลาร์สหรัฐ ชั่วคราว ส่งผลให้กลยุทธ์ “แลกหุ้นเป็นบิตคอยน์” ถูกตั้งคำถาม บริษัทถือครองบิตคอยน์มากกว่า 713,000 BTC มูลค่าประมาณ 53.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่มูลค่าการลงทุนสะสมอยู่ที่ 54.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เกิดขาดทุนทางบัญชี

แม้ราคาจะร่วง แต่ฐานะการเงินของบริษัทยังมั่นคง โดยไม่มีความเสี่ยงเรียกเงินเพิ่ม (margin call) หรือจำเป็นต้องขายสินทรัพย์ เนื่องจากมีเงินสดสำรอง 2.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการระดมทุนผ่านหุ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์หลัก—การออกหุ้นใหม่เมื่อราคาหุ้นสูงกว่ามูลค่าบิตคอยน์ต่อหุ้นในบัญชี—เริ่มอ่อนแอลง เพราะราคาหุ้นร่วงลงราว 70% จากจุดสูงสุด จนสูญเสียพรีเมียมที่จำเป็นในการระดมทุนซื้อบิตคอยน์เพิ่มโดยไม่ทำให้หุ้นเจือจางมากเกินไป ระหว่างวันที่ 26 มกราคม ถึง 1 กุมภาพันธ์ บริษัทซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 75.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ MSTR เทียบเท่ากับมูลค่าบิตคอยน์ที่ถือครองเกือบเท่าตัว ความผันผวนของบิตคอยน์จึงส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่อการเดิมพันความเสี่ยงสูงของ CEO Michael Saylor นักวิเคราะห์เตือนว่า หากบิตคอยน์ไม่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หรือความต้องการหุ้นไม่กลับมา โมเดลดังกล่าวอาจไม่สามารถดำเนินต่อได้

ET 04:13
IMP6.5
SNT+0.8
CONF100%
Operational

หุ้นวูซี ไบโอโลจิกส์พุ่ง หลังจับมือเวอร์เท็กซ์ ฟาร์มา พัฒนายา T-cell engager รักษาโรคภูมิต้านตนเอง

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้นของวูซี ไบโอโลจิกส์ (2269.HK) ปรับตัวสูงขึ้น หลังบริษัทประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเวอร์เท็กซ์ ฟาร์มาซูติคอลส์ (VRTX) เพื่อร่วมพัฒนายา T-cell engager สำหรับรักษาโรคภูมิต้านตนเอง โดยเวอร์เท็กซ์ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวทั่วโลกในตัวยาดังกล่าว ส่วนวูซี ไบโอโลจิกส์มีสิทธิ์รับเงินตามเป้าหมายสูงสุด 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมค่าลิขสิทธิ์แบบขั้นบันได
ภายใต้ข้อตกลง วูซี ไบโอโลจิกส์จะรับผิดชอบงานวิจัยระยะแรกและการพัฒนาก่อนคลินิก ส่วนเวอร์เท็กซ์จะดูแลการทดลองทางคลินิกและการพาณิชย์ยา ความร่วมมือนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเวอร์เท็กซ์ในการขยายพอร์ตโฟลิโอจากธุรกิจหลักด้านโรคซีสต์ไฟโบรซิสเข้าสู่สาขาภูมิคุ้มกันวิทยา โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชีวเภสัชกรรมเฉพาะทางของวูซี

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หุ้นของวูซี ไบโอโลจิกส์ (2269.HK) ปรับตัวสูงขึ้น หลังบริษัทประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเวอร์เท็กซ์ ฟาร์มาซูติคอลส์ (VRTX) เพื่อร่วมพัฒนายา T-cell engager สำหรับรักษาโรคภูมิต้านตนเอง โดยเวอร์เท็กซ์ได้รับสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวทั่วโลกในตัวยาดังกล่าว ส่วนวูซี ไบโอโลจิกส์มีสิทธิ์รับเงินตามเป้าหมายสูงสุด 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมค่าลิขสิทธิ์แบบขั้นบันได

ภายใต้ข้อตกลง วูซี ไบโอโลจิกส์จะรับผิดชอบงานวิจัยระยะแรกและการพัฒนาก่อนคลินิก ส่วนเวอร์เท็กซ์จะดูแลการทดลองทางคลินิกและการพาณิชย์ยา ความร่วมมือนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเวอร์เท็กซ์ในการขยายพอร์ตโฟลิโอจากธุรกิจหลักด้านโรคซีสต์ไฟโบรซิสเข้าสู่สาขาภูมิคุ้มกันวิทยา โดยใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มเทคโนโลยีชีวเภสัชกรรมเฉพาะทางของวูซี