ความต้องการพลังงานโลกเพิ่มสูงสุดในรอบ 15 ปี ติดตามด้วยการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าต้องเพิ่มขึ้น
ข้อมูลจากองค์การพลังงานระหว่างประเทศแสดงให้เห็นว่า ความต้องการพลังงานโลกเพิ่มขึ้นที่อัตราเร็วที่สุดในรอบ 15 ปี คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีจะอยู่ที่ 3.6% จนถึงปี 2030 แรงขับหลักมาจากปัญญาประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์การผลิตที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ยานยนต์ไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และศูนย์ข้อมูล โดยประเทศกำลังพัฒนาจะมีส่วนร่วมในการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 80% ของความต้องการเพิ่มเติมภายในปี 2030
ตั้งแต่ปี 2025 ความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการขยายโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลก ซึ่งมีการลงทุนโครงข่ายไฟฟ้าทั่วโลกประมาณ 400 พันล้านดอลลาร์ต่อปี ต่อการบรรลุเป้าหมายภายในปี 2030 คาดว่าต้องเพิ่มขึ้นประมาณ 50% โครงการผลิตไฟฟ้ากว่า 2,500 gigawatt ถูกติดค้างในคิวการเชื่อมต่อ และโครงการเพิ่มเติมกว่า 1,600 gigawatt สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วยเทคโนโลยีเสริมโครงข่ายและการปฏิรูปกฎระเบียบ ต้นทุนอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น ข้อจำกัดในห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เสื่อมโทรมในตลาดหลักของสหรัฐอเมริกา อาจนำไปสู่การล่าช้าต่อเนื่องและภาวะขาดแคลนพลังงานภายในปี 2030