นักลงทุนซื้อหุ้นรายตัวขณะตลาดฟื้นตัว หลังการรีบาวด์ของหุ้น AI เริ่มขยายวงเกินกลุ่ม Magnificent 7
ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นเมื่อวันพุธ ภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าจะไม่ใช้กำลังเข้ายึดกรีนแลนด์ ช่วยลดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นหลังตลาดทำยอดร่วงหนักที่สุดในรอบหลายเดือน นักลงทุนเริ่มทยอยซื้อหุ้นรายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์
หุ้นผู้เล่นหลักในภาค AI เช่น Nvidia (NVDA) และ Alphabet (GOOG) เพิ่มขึ้นราว 1% ในขณะที่กองทุน ARK Investment Management ของแคธี วู๊ด เข้าซื้อหุ้น Broadcom (AVGO) และ Advanced Micro Devices (AMD) แม้ Microsoft (MSFT) และ Broadcom จะปรับตัวลง แต่บริษัทจัดเก็บข้อมูลอย่าง Sandisk (SNDK), Micron (MU) และ Western Digital (WDC) ทะยานขึ้นอย่างโดดเด่น สะท้อนแนวโน้มการขยายตัวของกระแส AI ออกจากกลุ่ม Magnificent Seven Jonathan Curtis หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Franklin Equity ชี้ว่าแนวโน้มระยะยาวของ AI ยังคงแข็งแกร่ง และแนะนำให้นักลงทุนใช้ความผันผวนนี้เป็นโอกาสในการรักษาระดับการลงทุนใน Magnificent 7 พร้อมกระจายความเสี่ยงไปยังภาคอื่นที่นำ AI มาประยุกต์ใช้ เช่น เฮลธ์แคร์และบริการทางการเงิน S&P 500 เท่าน้ำหนักสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าเวอร์ชันถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดในปีนี้ ขณะที่ดัชนี Russell 2000 ยังทำได้ดีกว่า Nasdaq 100 Kristian Kerr จาก LPL Financial มองว่า การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นต่อภาวะเศรษฐกิจ ‘ทองอ่อน’ ที่เงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำ และคาดว่าเฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยในเดือนพฤษภาคม รายงานผลประกอบการของ Microsoft, Meta, Tesla และ Apple สัปดาห์หน้าจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการขยายตัวของตลาดครั้งนี้จะยั่งยืนหรือไม่