นักวิเคราะห์ตั้งข้อสงสัยว่าดัชนี S&P 500 จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้หรือไม่หากไม่มีการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า ดัชนี S&P 500 (^GSPC) มีโอกาสน้อยที่จะพุ่งขึ้นเป็นสองเท่าโดยไม่มีการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งท้าทายคำพยากรณ์ของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการฟื้นตัวของตลาดอย่างรวดเร็ว Ben Emons ผู้บริหารระดับสูงด้านการลงทุนของ FedWatch Advisors ชี้ว่า การเติบโตเช่นนี้จำเป็นต้องมีอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 5% หรือมากกว่านั้น ซึ่งอาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรเพิ่มขึ้นและจำกัดการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
เศรษฐกิจสหรัฐฯ เติบโต 4.4% ในไตรมาสที่สามของปี 2025 และธนาคารกลางรัฐแอตแลนตาคาดการณ์ว่าไตรมาสที่สี่จะเติบโตถึง 5.4% ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว 10 ปี (^TNX) พุ่งขึ้นถึง 4.24% การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ยทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น และลดมูลค่าผลกำไรในอนาคต ซึ่งจำกัดมูลค่าของหุ้น ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม ทำให้ความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรงลดลง ตลาดพันธบัตรได้สะท้อนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่คงที่ในระยะยาวแล้ว ซึ่งสร้างขีดจำกัดสำหรับการเคลื่อนไหวของหุ้น โดยเฉพาะหุ้นเติบโตที่พึ่งพาเงินทุนต้นทุนต่ำ ขณะที่นายทรัมป์กล่าวอ้างว่าดัชนีดาวโจนส์ (^DJI) จะแตะ 50,000 จุดและเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า Emons ชี้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวต้องอาศัยสภาพเศรษฐกิจแบบ 'Goldilocks' ที่มีการเติบโตสูงพร้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งพบได้ยากและมักสั้น暫 ปัจจุบันนักลงทุนกำลังให้ความสำคัญกับข้อมูลทางเศรษฐกิจมากกว่าเสียงจากทางการเมือง รวมถึงการคาดการณ์เกี่ยวกับเกาะกรีนแลนด์ด้วย