อัตราเงินเฟ้อ PCE แกนกลางของสหรัฐยังคงอยู่ที่ 2.8% ในเดือนพฤศจิกายน ขณะที่รายได้เติบโตช้าลง
ข้อมูลจากสำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจ (BEA) ระบุว่า ดัชนีราคาสินค้าและบริการเพื่อการบริโภค (PCE) ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในเดือนพฤศจิกายน จากระดับ 2.7% ในเดือนตุลาคม ส่วนดัชนี PCE แกนกลาง ซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงาน ก็เพิ่มขึ้น 2.8% เช่นเดียวกัน ยังคงอยู่เหนือเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ 2% รายงานฉบับนี้ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการปิดรัฐบาลในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน โดยแสดงให้เห็นว่ารายได้ที่สามารถใช้จ่ายได้หลังปรับตามเงินเฟ้อลดลง 0.1% ในเดือนตุลาคม ก่อนจะกลับมาเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนพฤศจิกายน อัตราการออมลดลงเหลือ 3.5% ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2022 สะท้อนความเครียดทางการเงินของครัวเรือน
ข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่แม้กำลังซื้อของผู้บริโภคจะลดลง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและต่ำ เศรษฐกรชี้ว่า การปิดรัฐบาลอาจทำให้ผลสำรวจเกิดความเบี่ยงเบน เพราะผู้บริโภคต้องใช้เงินออมเพื่อรองรับความไม่แน่นอน อัตราการออมลดลงต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งตรงกับช่วงที่มีการประกาศมาตรการภาษีนำเข้า ที่ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและราคาสินค้าสูงขึ้น แม้ว่า PCE แกนกลางจะยังคงเป็นตัวชี้วัดสำคัญของ Fed แต่การปล่อยรายงานล่าช้าอาจทำให้มีผลกระทบต่อการตัดสินใจนโยบายในระยะสั้นลดลง ตลาดคาดว่า Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่เดิมในการประชุมวันที่ 30 มกราคม โดยพิจารณาความสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับแนวโน้มแรงงานที่อ่อนแอลง