ผลประกอบการเทคใหญ่จับตาการใช้จ่ายด้าน AI และปัญหาขาดแคลนชิพความจำ ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษีศุลกากร (INTC, NVDA, AMZN, GOOGL, MSFT, META, AMD, AAPL)
อินเทล (INTC) จะประกาศผลประกอบการในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของสัปดาห์สำคัญสำหรับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ โดยประเด็นหลักคือการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ ข้อจำกัดด้านอุปทานชิพความจำ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์จากภาษีนำเข้าสมัยทรัมป์ที่อาจกลับมา ขณะนี้ แอมะซอน (AMZN) กูเกิล (GOOG, GOOGL) ไมโครซอฟท์ (MSFT) และเมต้า (META) ต่างเพิ่มงบลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยแอมะซอนวางแผนใช้จ่าย 1.25 แสนล้านดอลลาร์ในปี 2025 กูเกิลปรับเพิ่มงบลงทุนปี 2025 เป็น 9.1–9.3 หมื่นล้านดอลลาร์ และไมโครซอฟท์ใช้ไปแล้ว 3.49 หมื่นล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกเพียงไตรมาสเดียว
นักวิเคราะห์คาดการณ์รายได้ AWS เพิ่มขึ้น 21% ไมโครซอฟท์คลาวด์ +25% กูเกิลคลาวด์ +35% และรายได้เมต้าเพิ่มขึ้น 30% ความต้องการพีซีอาจฟื้นตัวจากการสิ้นสุดการสนับสนุน Windows 10 ซึ่งจะหนุนอินเทลและ AMD (AMD) แต่ปัญหาขาดแคลนชิพความจำทั่วโลกอาจกระทบราคาและการจัดจำหน่าย อัปเปิล (AAPL) คาดรายได้ iPhone สูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ตลาดจีนชะลอตัวในไตรมาสก่อน ขณะที่เอ็นวิดีอา (NVDA) ยังคงเป็นตัวชี้วัดแนวโน้ม AI แต่ยอดขายในจีนมีอุปสรรค เนื่องปักกิ่งจำกัดการซื้อ GPU แม้สหรัฐอนุมัติแล้ว พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 25% ทั้งเอ็นวิดีอาและ AMD รอความชัดเจนด้านนโยบายส่งออกชิปหลังงาน CES