IEA คาดอุปสงค์ถ่านหินโลกพุ่งแตะ 8.94 พันล้านตันในปี 2026 จากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เปิดเผยว่าอุปสงค์ถ่านหินทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 1.2% ในปี 2026 สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8.94 พันล้านเมตริกตัน เนื่องจากข้อจำกัดการค้าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้หลายประเทศต้องหันกลับมาใช้ถ่านหินมากขึ้น รายงานปรับปรุงกลางปีของ IEA ระบุว่าราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นและการลดลงของการขนส่ง LNG ผ่านเส้นทางดังกล่าวเป็นปัจจัยผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้
จีนซึ่งเป็นผู้บริโภคถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก คาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้น 1% เป็น 5 พันล้านตัน ขณะที่อินเดียคาดการณ์การบริโภคเพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 1.353 พันล้านตัน ส่วนญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม ไทย บังกลาเทศ ฟิลิปปินส์ และอีกหลายประเทศในยุโรปต่างเพิ่มการใช้ถ่านหินเพื่อชดเชยการขาดแคลนพลังงาน
IEA เตือนว่าอุปสงค์อาจสูงขึ้นอีกหากรูปแบบเอลนีโญที่รุนแรงทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำทั่วเอเชียลดลง การผลิตถ่านหินทั่วโลกในปี 2025 อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่คาดว่าจะลดลงเล็กน้อยในปี 2026 ทำให้อุปทานตึงตัวเมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
การบริโภคถ่านหินของสหรัฐฯ คาดว่าจะลดลงประมาณ 7% ในปีนี้ โดยได้แรงหนุนจากก๊าซธรรมชาติในประเทศที่มีราคาถูกและการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์และลม