ดัชนี PMI รวมสหรัฐฯ แตะ 58.4 สูงสุดในรอบ 5 ปี เหตุคอขวดซัพพลายดันดัชนีราคาปัจจัยการผลิตพุ่ง 66.4
ข้อมูลจาก S&P Global เมื่อวันที่ 23 กันยายน ระบุว่า กิจกรรมทางธุรกิจของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนเร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 5 ปี โดยดัชนี PMI รวมเบื้องต้นเพิ่มขึ้นเป็น 58.4 จาก 56.0 ในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2021
ดัชนีคำสั่งซื้อใหม่พุ่งขึ้นแตะ 58.2 ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังขยายตัวในอัตราประมาณ 5% ต่อปี สอดคล้องกับประมาณการติดตาม GDP ของธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาแอตแลนตา ที่ 5.1% ขณะที่เศรษฐกิจในไตรมาสเมษายน-มิถุนายนเติบโตเพียง 1.5%
อุปสงค์ที่แข็งแกร่งกำลังสร้างแรงกดดันต่อห่วงโซ่อุปทาน ส่วนใหญ่เป็นผลจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 7 ดัชนีราคาที่จ่ายเพิ่มขึ้นแตะ 66.4 สูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 จาก 59.9 ในเดือนสิงหาคม โดยต้นทุนดีเซลที่ทำสถิติสูงสุดคาดว่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อไป ขณะที่บริษัทต่างๆ รายงานว่าการสรรหาบุคลากรที่เหมาะสมทำได้ยากขึ้น
นายออสตัน กูลส์บี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาชิคาโก กล่าวว่าแรงกระแทกด้านอุปทานกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความต่อเนื่อง โดยมีหลักฐานว่าอุปสงค์ที่แข็งแกร่งกำลังซ้ำเติมปัญหา ทั้งนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 25 จุดเบสิกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 3.75%-4.00% และส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอีกในอนาคต