ประธานเฟด ‘วอร์ช’ เผชิญภาวะเงินเฟ้อพุ่ง แรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
นายเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กำลังเผชิญกับความท้าทายที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จากที่เคยชี้นำให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย กลับต้องรับมือกับกระแสเรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ยที่ทวีความรุนแรง เนื่องจากต้นทุนพลังงานจากสงครามสหรัฐ-อิหร่านได้กระตุ้นให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น ดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน นับเป็นอัตราเร่งที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 และสูงเกินเป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างมาก ทำให้ตลาดคลายความหวังเรื่องการผ่อนคลายนโยบายในระยะใกล้
นักวิเคราะห์จาก Wolfe Research ระบุว่า แทบไม่มีช่องว่างให้ลดอัตราดอกเบี้ยอีกต่อไป และภารกิจหลักของนายวอร์ชในตอนนี้คือการยับยั้งการคาดการณ์เรื่องการคุมเข้มนโยบายที่กลับมาอีกครั้ง เจ้าหน้าที่เฟดหลายราย รวมถึงนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในคณะผู้ว่าการ ได้ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางควรคงทางเลือกในการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไว้อย่างชัดเจน ส่วนตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวของผู้บริโภค ซึ่งวัดโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน พุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.9% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน
แรงกดดันทางการเมืองก็ยังคุกรุ่น โดยประธานาธิบดีทรัมป์เพิ่งส่งสัญญาณว่าต้องการให้อัตราดอกเบี้ยลดลงเร็วๆ นี้ แม้เขาจะย้ำว่าเคารพในความเป็นอิสระของเฟดก็ตาม การประชุมเฟดในเดือนมิถุนายนนี้คาดว่าจะยกเลิกสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายก่อนหน้านี้ และอาจเลื่อนกรอบเวลาสำหรับการลดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตออกไป