เวเนซุเอลาเริ่มปรับโครงสร้างหนี้ ขณะธนาคารกลางคาด GDP ปี 2026 โต 8%
เวเนซุเอลาเริ่มกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ภาครัฐและหนี้ของ PDVSA บริษัทน้ำมันของรัฐแล้ว โดย Luis Perez รักษาการประธานธนาคารกลาง ระบุเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2026 ว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะช่วยพาประเทศกลับเข้าสู่ตลาดการเงินระหว่างประเทศ
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หนี้ที่ผิดนัดชำระมาตั้งแต่ปี 2017 มีมูลค่ามากกว่า 1.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมพันธบัตรค้างชำระ คำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ และดอกเบี้ยค้างจ่าย อย่างไรก็ดี Perez ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของแผนปรับโครงสร้างหนี้ โดยระบุว่าเรื่องนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ Calixto Ortega รองประธานาธิบดีฝ่ายเศรษฐกิจ และผู้แทนเวเนซุเอลาประจำกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
Perez กล่าวว่า คณะผู้แทนเวเนซุเอลาจะเดินทางไปกรุงวอชิงตันภายในวันที่ 31 พ.ค. 2026 เพื่อหารือกับ IMF หลังจากประเทศกลับมาสานสัมพันธ์กับ IMF และธนาคารโลกอีกครั้ง นับตั้งแต่ความสัมพันธ์หยุดชะงักในปี 2019 เวเนซุเอลายังมีสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือ SDR ของ IMF ที่ยังไม่ได้ใช้ราว 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องการนำเงินไปใช้ในภาคไฟฟ้าและภาคส่วนอื่น ๆ
ธนาคารกลางคาดว่า GDP เวเนซุเอลาจะขยายตัวราว 8% ในปี 2026 และเงินเฟ้อจะลดลงสู่ระดับหลักเดียว หลังราคาสินค้าในเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 10.6% ส่วน GDP ไตรมาสแรกขยายตัว 2.5% นำโดยกิจกรรมนอกภาคน้ำมันที่เพิ่มขึ้น 3.1% ขณะที่การผลิตน้ำมันลดลง 2.1%