แคนาดาเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2015 หลัง GDP ไตรมาสแรกหดตัว 0.1%
สำนักงานสถิติแห่งชาติแคนาดาเปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกหดตัวลงร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบเป็นรายปี ตรงข้ามกับที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัวร้อยละ 1.5 และตามหลังการปรับลดตัวเลขไตรมาสสี่ของปี 2025 ลงเป็นการหดตัวร้อยละ 1 การหดตัวครั้งนี้เป็นผลมาจากการลงทุนภาคธุรกิจและการใช้จ่ายภาครัฐที่อ่อนแอ ซ้ำเติมด้วยแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
การใช้จ่ายด้านทุนของภาคธุรกิจลดลงร้อยละ 3 ซึ่งนับเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 5 ขณะที่การใช้จ่ายด้านทุนของภาครัฐร่วงลงร้อยละ 9.6 หลังจากการซื้ออาวุธจำนวนมากในไตรมาสก่อนหน้า การส่งออกลดลงร้อยละ 0.5 โดยการส่งออกรถยนต์ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้า เงินดอลลาร์แคนาดาอ่อนค่าลง และราคาพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นหลังจากรายงานถูกเผยแพร่
แม้เศรษฐกิจจะหดตัวสองไตรมาสติดต่อกัน แต่ประมาณการเบื้องต้นของสถิติแห่งชาติแคนาดาในเดือนเมษายนชี้ว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นร้อยละ 0.4 เมื่อเทียบรายเดือน โดยได้รับแรงหนุนจากภาคเหมืองแร่ น้ำมันและก๊าซ และภาคการผลิต ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางแคนาดาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 2.25 ต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 และกำลังเผชิญกับภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะราคาพลังงานที่สูงขึ้นกำลังเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ ท่ามกลางการชะลอตัวของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า หากไม่มีแรงกดดันด้านราคา ธนาคารกลางมีแนวโน้มจะปรับลดดอกเบี้ย