แผนลดงบดุลเฟดของวอร์ชเผชิญแรงกดดันจากหนี้สหรัฐฯ และยีลด์พันธบัตรที่สูงขึ้น
นักวิเคราะห์ระบุเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2026 ว่า แผนของเควิน วอร์ช ว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ ในการลดบทบาทของเฟดในตลาดการเงิน อาจถูกจำกัดด้วยหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น และแรงดึงดูดด้านอุปสงค์ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่อ่อนลง วอร์ชได้รับการรับรองจากวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 พ.ค. และสนับสนุนมาโดยตลอดให้เฟดมีงบดุลที่เล็กลง พร้อมลดการแทรกแซงตลาดการเงิน
ณ วันที่ 15 พ.ค. เฟดถือครองสินทรัพย์ราว 6.7 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลงจากจุดสูงสุดใกล้ 9 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2022 นักวิเคราะห์เตือนว่า หากเฟดลดการถือครองลงอีก อาจทำให้ช่องว่างด้านอุปสงค์ในตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้ดอกเบี้ยระยะยาวปรับสูง หรืออาจบีบให้เฟดต้องกลับมาซื้อพันธบัตรเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด
สำนักงานงบประมาณรัฐสภาสหรัฐฯ คาดว่า การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางในปีงบประมาณ 2026 จะอยู่ที่ 5.8% ของ GDP สูงกว่าค่าเฉลี่ย 50 ปีที่ 3.8% ขณะที่งานวิจัยของเฟดสาขาเซนต์หลุยส์พบว่า “ผลตอบแทนจากความสะดวกในการถือครอง” ของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลงราว 40 เบซิสพอยต์ หลังเฟดเริ่มลดงบดุลในปี 2022 ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐฯ สูงขึ้น อดีตเจ้าหน้าที่เฟดมองว่า การเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่จำเป็นต้องมีกรอบกติกาที่ชัดเจนขึ้น และอาจต้องประสานงานกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิดมากขึ้น