GDP สหรัฐฯ ชะงักโตเพียง 1.6% PCE พุ่ง 3.8% จุดกระแสความกังวลภาวะ Stagflation
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ค. 2026 สะท้อนสัญญาณ Stagflation เมื่อตัวเลข GDP ไตรมาส 1 ถูกปรับลดลงเหลือ 1.6% ต่อปี จากเดิม 2% ขณะที่ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนเมษายนพุ่งขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่พ.ค. 2023 ส่วน Core PCE ที่ไม่รวมอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.3% ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์
Peter Cardillo หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดจาก Spartan Capital Securities กล่าวว่า “เรากำลังเผชิญกับปัญหาภาวะ Stagflation” โดยชี้ถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ ซึ่งสร้างความซับซ้อนต่อทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และเพิ่มความคาดหวังในตลาดว่า Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งมากกว่าจะลด
ราคาพลังงานที่ได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน รวมถึงการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI กำลังเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนมากขึ้น แม้ว่าการบริโภคและการลงทุนด้านเทคโนโลยียังคงช่วยหนุนการเติบโต Angelo Kourkafas นักกลยุทธ์อาวุโสจาก Edward Jones กล่าวว่า แม้ข้อมูลเงินเฟ้อไม่ได้พลิกกระแส แต่ปัจจัยขับเคลื่อนตลาดที่แท้จริงคือความผันผวนของราคาน้ำมันและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า ตัวเลข Core PCE ที่อ่อนแรงและ GDP ที่อ่อนแออาจทำให้ความหวังในนโยบายผ่อนคลายกลับมา แต่แนวโน้มยังคงเต็มไปด้วยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อจากฝั่งอุปทาน