ดาวโจนส์ร่วง 537 จุด หลังบอนด์ยีลด์-น้ำมันพุ่ง และผลประชุมทรัมป์-สีไม่ถึงคาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงแรงเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2026 นักลงทุนขายทำกำไรหุ้นเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์หลังปรับขึ้นมาก่อนหน้า ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการประชุมระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์กับสี จิ้นผิงที่ยังไม่มีความคืบหน้าสำคัญ กดดันความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 537.29 จุด หรือ 1.07% ปิดที่ 49,526.17 จุด ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 1.54% สู่ 26,225.15 จุด ส่วนดัชนี S&P 500 ลดลง 1.24% สู่ 7,408.50 จุด ดัชนี Philadelphia Semiconductor ร่วง 4.02% นำโดยแรงขายใน Arm, AMD, Nvidia, Micron และ ADR ของ TSMC
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีปรับขึ้นเหนือ 5.1% ทำระดับสูงสุดในรอบเกือบหนึ่งปี ราคาน้ำมัน WTI พุ่ง 4.2% สู่ 105.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent เพิ่มขึ้น 3.35% สู่ 109.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความเสี่ยงด้านอุปทานในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น ข้อมูลจาก CME FedWatch ยังสะท้อนว่าเทรดเดอร์เริ่มให้น้ำหนักมากขึ้นต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค. 2026 แทนที่จะปรับลดดอกเบี้ย