ราคาน้ำมันดิบฟิวเจอร์สร่วงกว่า 1% จากรายงานข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐ-อิหร่าน
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 สัญญาน้ำมันดิบฟิวเจอร์สร่วงลงมากกว่า 1% หลังจากรอยเตอร์สรายงานว่าสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงที่จะขยายเวลาหยุดยิง ซึ่งเพิ่มโอกาสในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และบรรเทาความกังวลด้านอุปทานในระยะสั้น สัญญาเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค.ปรับลง 1.04 ดอลลาร์ หรือ 1.1% อยู่ที่ 92.67 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ณ เวลา 03.30 GMT ขณะที่เวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ลดลง 1.26 ดอลลาร์ หรือ 1.4% มาอยู่ที่ 87.64 ดอลลาร์ ในรอบสัปดาห์ เบรนท์ทรุดตัวลง 10.5% ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน และ WTI ดิ่งลง 9.2% เป็นการลดลงมากที่สุดรายสัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน
ข้อตกลงดังกล่าวบรรลุเมื่อวันพฤหัสบดี โดยรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ขณะที่สื่อของรัฐอิหร่านระบุว่ายังไม่ได้ข้อสรุปอย่างเป็นทางการ ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันและแอลเอ็นจีประมาณหนึ่งในห้าของโลก มีการสัญจรลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อสามเดือนเริ่มต้นขึ้น นักวิเคราะห์จาก IG อย่างโทนี ไซคามอร์ กล่าวว่า “ตลาดมีความเห็นร่วมกันว่าความขัดแย้งจบลงแล้ว และข้อตกลงกำลังจะมาถึง ตราบใดที่แนวคิดนี้ยังคงอยู่ ราคาน้ำมันดิบก็ยังมีช่องว่างที่จะปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่แนวรับของเส้นแนวโน้มที่ระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์” นักวิเคราะห์จาก ING เตือนว่าการฟื้นตัวของการผลิตขั้นต้นจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากข้อจำกัดด้านการจัดเก็บและความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐาน